ข้อเขียนของ ดร. ธเนศวร์ เจริญเมือง เนื่องในวันที่ 26 กรกฎาคม 2552
ปัญหาการต่อสู้เพื่อเอกราชและประชาธิปไตยของประเทศ ความเจริญก้าวหน้าของประเทศและความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนนั้นเป็น เรื่องที่เกิดขึ้นในทุกๆสังคมของโลกใบนี้
จะช้าหรือเร็ว ในที่สุดก็เกิดขึ้นทั้งนั้น
ไม่มีดินแดนไหนอยู่นอกกฎเกณฑ์ข้อนี้ ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าชีวิตของประชาชนและสังคม ตลอดจนความใฝ่ฝันของประชาชนมีแต่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังหรือย่ำอยู่กับที่
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีลักษณะพิเศษอย่างมาก เพราะเกือบจะเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวัน ตก จีนมีลักษณะบางอย่างคล้ายกับไทย แต่จีนถูกบีบบังคับให้สูญเสียที่ดินหลายส่วนให้ตะวันตกเข้ายึดครอง แม้ไม่ใช่ทั้งประเทศ
ประเทศก็เหมือนชีวิตของคนเรา
คนที่เกิดมาแบบคาบช้อนเงินช้อนทอง ไม่เคยรู้จักการต่อสู้ ไม่เคยประสบความยากลำบาก ไม่เคยแม้กระทั่งติดอยู่ในการจราจรที่ติดขัด อยากได้อะไร ก็มีคนหามาให้ อยากทำอะไร ก็มีคนช่วยเหลือเกื้อหนุน หรือทำแทน ฯลฯ คนแบบนั้นย่อมไม่รู้จักคุณค่าของชีวิต ไม่รู้ว่าชีวิตเกิดมามีความหมายอะไร และอย่าได้ถามเลยว่าเขาจะรู้จักคุณค่าชีวิตของคนอื่นๆในสังคม
เมื่อประเทศไทยไม่เคยผ่านการต่อสู้ ไม่เคยพบความยากลำบาก ถูกนักล่าอาณานิคมโขกสับเอาเหมือนประเทศอื่น ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่ประเทศนี้ไม่ค่อยหวงแหนคำว่าเอกราช ไม่ซึ้งในคำว่าเท่าเทียมกัน
ในแง่นี้ สังคมไทยจึงเป็นประเทศที่ปฏิวัติล่าช้า (Late revolutionizing country หรือ LRC) ประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ สหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ ฯลฯ เขาผ่านประสบการณ์นั้นไปแล้ว
เห็นหรือยังว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยประสบการณ์การต่อสู้ ผ่านความยากลำบาก การล้มลง ได้บาดแผล จึงเป็นชีวิตที่กร้าวแกร่ง เต็มไปด้วยบทเรียน และมากด้วยคุณค่า
ยิ่งลำบาก ยิ่งเข้มแข็ง ยิ่งเผชิญปัญหา ยิ่งเสาะหาหนทางและโอกาสใหม่ๆ สมองยิ่งทำงานได้ดียิ่งขึ้น
และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ วัดขนาดของหัวใจ ความมุ่งมั่น และความกล้าหาญ
ประสบการณ์มากขึ้นตามวัย มันสมองก็ควรปราดเปรื่องตามวัยเช่นกัน จากนี้ จึงเหลือแต่สุขภาพที่อาจมีร่องรอยข่วนขีดไปบ้างตามวัย แต่หากหมั่นดูแลรักษาและออกกำลัง สุขภาพและกำลังวังชาก็เป็นจักรกลสำคัญที่จะต้องพึ่งพาอีกนาน
ประเทศไทยมีชื่อเสียงระดับโลกหลายด้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ การลุกขึ้นสู้อย่างองอาจกล้าหาญเพื่อประชาธิปไตยก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลาย ครั้ง เป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก และเป็นแบบอย่างให้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือ 17 พฤษภา 2535
วันนี้และต่อจากนี้ โลกกำลังรอการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่จากประเทศที่ปฏิวัติล่าช้านั้น
สำรวจตัวเองแล้วหรือยังล่ะ ประสบการณ์ บทเรียน เสื้อผ้า อาหาร หยูกยา ร่างกาย มันสมอง และหัวใจ ฯลฯ สำรวจแล้วก็แก้ไขปรับปรุง
แล้วก็เดินไปข้างหน้า เดินไปสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
โลกวันนี้ รู้จักหลายๆอย่างจากประเทศไทยแล้ว ทั้งวัดไทย มวยไทย ต้มยำกุ้ง ลูกหมีเชื้อชาติไม้ไผ่สัญชาติไทย กระทั่ง ไข้หวัด 2009
แต่โลกกำลังรอคอยประชาชนไทยทั้งในและนอกประเทศร่วมกันปลูกต้นไม้ประชาธิปไตยในดินให้ยั่งยืน
ไม่ใช่ดึงออกจากดินเอาไปใส่ไว้ในกระถาง ถึง 18 ครั้งแล้วตลอด 77 ปีที่ผ่านมา
โลกกำลังรอคอย แผ่นดินนี้กำลังรอคอย แต่คนลงมือคือมหาประชาชนไทย.
No comments:
Post a Comment