From http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25390
Sun, 2009-08-09 21:45
ชาด โพทะเล
คนเสื้อแดงเป็นขบวนการที่ เติบโตเร็วมากทั้งปริมาณและคุณภาพ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าความเติบโตมาจากจุดหมายร่วมในสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ ประชาธิปไตยถูกทำลายเท่านั้น จึงรวมเอากลุ่มคนที่มีจุดยืนหลากหลายเข้ามาด้วยกัน ขบวนการคนเสื้อแดงจึงมี ทั้งคนรักทักษิณฝังจิตฝังใจ จนมองข้ามปัญหาและข้ออ่อนของยุคทักษิณ ไปจนถึงคนที่ต่อต้านรัฐประหารและอำมาตยาธิปไตยทั้งหัวโจกและตัวแทนโดยไม่ แคร์นักกับทักษิณ ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการชอบธรรมที่สุด
ท่าม กลางแนวร่วมกว้างขวางขนาดนี้ จึงมีโครงการต่างๆ เพื่อทักษิณ เพราะถือเอาตัวทักษิณเป็นทั้งรูปธรรมและเป็นสัญญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตย (ทักษิณ เองก็ถือว่าตนเป็นศูนย์กลางของการต่อสู้) ในเวลาเดียวกันก็มีข้อวิจารณ์การเคลื่อนไหวจากคนที่ไม่ถือเอาทักษิณเป็น ประเด็นใจกลางของการต่อสู้ เพราะพวกเขาถือว่าการต่อสู้กับอำมาตยาธิปไตยเป็นประเด็นใจกลาง
แต่ ละปีกแต่ละกระแสของขบวนการคนเสื้อแดงมีผู้สนับสนุนมากพอสมควร อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับว่า คนรักทักษิณยังคงเป็นฐานมวลชนสำคัญที่สุดของขบวนการ
ในภาวะเช่นนี้ ก้าวต่อไปที่คนเสื้อแดงจากหลากปีกหลายกระแสจะสามารถร่วมลงแรงผลักดันได้น่าจะเป็นอะไร? มีโครงการหรือวาระทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่น่าจะโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางความหลากหลาย?
ทักษิณเป็นประเด็นใจกลาง: พลังและข้อจำกัด
ข้อ ดีของการต่อสู้เพื่อทักษิณที่เห็นชัดๆ และปฎิเสธไม่ได้ว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญไปอีกนาน ก็คือ ช่วยผนึกพลังมวลชนของขบวนการไว้ได้ เพราะฐานมวลชนสำคัญที่สุดคือผู้นิยมชมชอบทักษิณ แกนนำสามเกลอและแกนนำระดับกลุ่มชุมชนจึงมักจำกัดตัวเองอยู่กับกิจกรรมเพื่อ ทักษิณและกิจกรรมเพื่อแสดงพลัง เพราะพวกเขาต้องการเพียงผนึกพลังมวลชนของเขาไว้ให้ได้นานๆ เท่านั้น
ข้อดีอีกอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมรับรู้เข้าใจก็คือ “ทักษิณ” ในการเมืองไทยขณะนี้เป็นตัวแทนของฝ่ายประชาธิปไตยในแง่ที่ว่า ประชาชนมอบอำนาจให้เขาอย่างชอบธรรมตามกฎกติกา ตามกระบวนการซึ่งถือว่าคนเราเสมอภาค มีอำนาจเท่ากัน ไม่ว่าจะยากดีมีจน เกิดมาต่ำหรือสูง หรือโง่ฉลาดกว่ากันสักเพียงไหนก็ตาม มวลชนอาจจะไม่สามารถกลั่นความคิดข้อนี้ออกมาเป็นนามธรรมที่เป็นระบบ แต่พวกเขาเข้าใจประชาธิปไตยได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยไม่ต้องให้ใครมาสอน ประชาธิปไตยให้พวกเขา
ประชาธิปไตย อาจจะไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ใครหน้าไหนก็ปฏิเสธไม่ได้ ขาดไม่ได้ ล้มล้างไม่ได้ อ้างโน่นนี่เพื่อปฏิเสธการใช้อำนาจของประชาชนไม่ได้
นี่ คือความหมายสำคัญที่สุดของการเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องของคุณธรรม คอรัปชั่น หรือระดับภูมิปัญญา การต่อสู้เพื่อทักษิณจึงไม่ใช่แค่เรื่องติดตัวบุคคลอย่างที่ฝ่ายต่อต้าน ทักษิณกำลังพยายามป่าวร้อง การตามล่าทำลายล้าง “ทักษิณ” จึงมีความหมายเกินกว่าตัวบุคคล เพราะหมายถึงพยายามทำลายกระบวนการประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกคนมีอำนาจเท่ากัน และเป็นผู้ตัดสินว่าจะมอบอำนาจให้ใครเป็นรัฐบาล
แต่การต่อสู้เพื่อทักษิณมีปัญหาไม่น้อยเช่นกัน
ประการแรก คงปฎิเสธยากว่าเป็นการต่อสู้เพื่อตัวบุคคลด้วยและเป็นส่วนสำคัญไม่น้อย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นตัวแทนอุดมการณ์ หลักการ หรือกระบวนการนามธรรมใดๆ มวลชนของทักษิณจำนวนมากคงแยกความแตกต่างระหว่าง ทักษิณที่เป็นบุคคลกับทักษิณในฐานะตัวแทนประชาธิปไตยไม่ออก
เป็นความจริงว่า แยกออกลำบากจริงๆ ไม่ว่าจะฉลาดล้ำเลิศมาจากไหนก็คงแยกออกลำบาก
ภาวะ ที่ตัวบุคคลกับสถาบันหรือกระบวนการแยกกันไม่ออกเกิดบ่อยครั้งกับทุกฝ่ายทุก อุดมการณ์ มีทั้งผลดีและเสีย ผลเสียที่เห็นชัดๆ ก็คือ ลงท้ายเรามักละเลยมองข้ามอุดมการณ์ หลักการ หรือกระบวนการไปเสีย กลายเป็นเรื่องของตัวบุคคลไปหมด
เข้า ใจว่าทักษิณเองและบุคคลใกล้ชิดเขา หรือแม้แต่แกนนำสามเกลอ ก็แยกไม่ออกเช่นกัน โครงการรณรงค์ต่างๆ จึงกลายเป็นเพื่อตัวบุคคลมากขึ้นทุกที แต่นัยต่อกระบวนการประชาธิปไตยกลับไม่ชัดเจน หรือมีไม่มาก หรือละเว้นไม่เป็นประเด็นไปเสียเฉยๆ
ทักษิณ ไม่ใช่เทวดา สิ่งที่เขาทำมีทั้งถูกและผิด แถมยังไม่ค่อยจะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และปลาบปลื้มกับภาวะที่ตัวเอง เป็นศูนย์กลางของการเมือง ยิ่งในภาวะที่เขาตกเป็นเป้าของการตามล่าทำลาย ย่อมทำให้เขาต้องคิดถึงตัวเองมากยิ่งขึ้น
หาก เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ การรณรงค์ต่างๆ ของคนเสื้อแดงจะยิ่งเป็นการทำเพื่อทักษิณ แต่อาจจะถอยห่างจากการต่อสู้เพื่อกอบกู้ประชาธิปไตยออกไปทุกที เพราะณ จุดใดจุดหนึ่งในภาวะเช่นนี้ ประโยชน์ต่อทักษิณอาจกลายเป็นคนละเรื่องกับประโยชน์ต่อประชาธิปไตย
อัน ที่จริงเราได้เห็นแล้วว่า ยามที่จุดหมายเคลื่อนจากประชาธิปไตยไปที่ทักษิณ มาตรการต่างๆ มักก้าวร้าวเกินไปหรือประนีประนอมเกินไป หรือกลายเป็นอาศัยพลังประชาชนเพื่อเรียกหาความสนใจจากผู้มีบารมี เป็นต้น
ในภาวะเช่นนี้ คนที่สนับสนุนขบวนการเสื้อแดงเพื่อกอบกู้ประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่เพื่อทักษิณ คงอยากจะถอยห่างออกไป
ประการที่สอง คงปฎิเสธได้ยากว่า ในขณะที่มีคนรักทักษิณฝังจิตฝังใจจำนวนมหาศาล ก็มีคนเกลียดเขาเข้ากระดูกจำนวนมหาศาลเช่นกัน และมีคนอีกมหาศาลที่เฝ้าดูหรือเห็นอกเห็นใจคนเสื้อแดง แต่มิได้เห็นอกเห็นใจทักษิณเท่าไรนัก
ใน ภาวะสังคมแยกขั้วเช่นนี้ การต่อสู้ที่ถือเอาทักษิณเป็นประเด็นใจกลาง จะยิ่งผนึกพลังของคนที่ศรัทธาเทิดทูนเขาให้หนักแน่นขึ้น จนเกิดความรู้สึกในหมู่คนเสื้อแดงว่า มวลชนเติบโตเข้มแข็งขึ้นทุกวัน แต่พวกเขาต้องตระหนักด้วยว่า ยิ่งเอาทักษิณเป็นประเด็นใจกลาง ผู้คนที่เห็นใจคนเสื้อแดงแต่มิได้เห็นใจทักษิณ จะยิ่งถอยห่างออกไปทุกที
ขบวนการฝ่ายซ้ายก่อน 6 ตุลา 2519 เคยอยู่ในภาวะสังคมแยกขั้วเช่นนี้มาก่อน พวกเขาสามารถผนึกกำลังมวลชนของตนจนเข้มแข็งขึ้นและขยายตัวขึ้น การเคลื่อนไหวแสดงพลังมวลชนจึงมีพลังทุกครั้ง มวลชนพื้นฐานของพวกเขายกระดับพัฒนาขึ้น จนสามารถระดมให้ช่วยงานกลายเป็นผู้ปฎิบัติงานก็ได้
แต่ ขบวนการที่เข้มแข็งขึ้นกลับมิได้หมายความว่า ความได้เปรียบทางการเมืองจะยิ่งมีมากขึ้นเสมอไป หากมิได้ขยายฐานมวลชนผู้สนับสนุนในสังคมหรือทำให้ความคิดข้อเสนอทางการเมือง ของขบวนการกลายเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปในสังคม ขบวนการที่เน้นแต่การผนึกกำลังแสดงพลังของตน มองไม่เห็นว่าประชาชนที่เห็นอกเห็นใจพวกเขายังมิได้หมายความว่ายอมรับข้อ เสนอทางการเมืองของพวกเขา นานวันเข้าประชาชนผู้เห็นอกเห็นใจจะค่อยๆ ถอยห่างออกไปเป็นผู้ดูอยู่ตรงกลางมากขึ้นทุกที
ยิ่งต่อสู้ ขบวนการก็ยิ่งมีพลังเข้มแข็ง แต่กลับโดดเดี่ยวจากมวลชนและอ่อนแอลงทางการเมือง
การ ถือเอาทักษิณเป็นประเด็นใจกลางจึงมีข้อดีและเป็นปัญหาไม่น้อยในเวลาเดียวกัน หากไม่มีการปรับตัว หรือหากทักษิณเองก็มองเห็นไม่ไกลไปกว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง ขบวนการเสื้อแดงและทักษิณอาจไม่บรรลุเป้าหมายใดๆ เลย ไม่ว่าเพื่อประชาธิปไตยหรือเพื่อทักษิณ
ข้อเสนอประเด็นที่คนเสื้อแดงน่าจะรณรงค์
คงยังจำกันได้ว่า พลังของคนเสื้อแดงพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก (ที่ สุด?) ในช่วงการชุมนุม 8 เมษายน 2552 ประเด็นใจกลางในขณะนั้น คือการต่อสู้กับอำมาตยาธิปไตย ครั้งนั้นถึงกับกล่าวกันว่า คนเสื้อแดงข้ามพ้นการต่อสู้เพื่อทักษิณไปแล้ว และทักษิณเป็นแค่ส่วนหนึ่งของขบวนการ เป้าหมายของการปรับตัวน่าจะอยู่ตรงนั้น
การ ปรับตัวไม่ได้หมายถึงยุติการรณรงค์เพื่อทักษิณลงหมดโดยสิ้นเชิง เพราะข้อดีมีอยู่ดังกล่าวมาแล้ว แต่หมายถึงต้องปรับทิศทางของทั้งขบวนการ หันมารณรงค์ในประเด็นเพื่อประชาธิปไตยที่ชัดเจนมากขึ้น
สาระสำคัญที่ควรรณรงค์ น่าจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
หนึ่ง เป็นประโยชน์ต่อการสร้างประชาธิปไตยให้เข็มแข็ง
สอง ต่อสู้กับอำมาตยาธิปไตย
สาม เป็นประเด็นที่มวลชนคนเสื้อแดงเข้าใจได้ง่าย เข้าร่วมได้อย่างสมัครใจ และสร้างสรรค์กิจกรรมได้ด้วยตนเอง
ในที่นี้ขอเสนอประเด็นสำคัญที่คนเสื้อแดงน่าจะรณรงค์ดังต่อไปนี้
ข้อเสนอที่หนึ่ง การเลือกตั้งชอบธรรมและยุติธรรม เราต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง มีปัญหาก็ค่อยๆ แก้กันไป
อีก ไม่นานจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่อีกแล้วแน่ๆ อย่าลืมว่าการเลือกตั้งเป็นแนวรบที่คนเสื้อแดงชนะทุกครั้ง เป็นฐานความชอบธรรมที่สำคัญที่สุด แต่กลับถูกพันธมิตรฯและพวกอำมาตย์โจมตีบิดเบือนทำลาย เราจะยอมให้เกิดเช่นนั้นอีกไม่ได้
คน เสื้อแดงน่าจะเริ่มรณรงค์ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้สังคมยอมรับว่า การเลือกตั้งเป็นวิถีทางชอบธรรมที่สุดของระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าจะไม่มีการเลือกตั้งที่ไหนในโลกที่บริสุทธิ์ไร้ข้อกังขา แต่การเลือกตั้งที่ชอบธรรม หมายถึงข้อบกพร่องทั้งหลาย ไม่มากหนักหนาถึงขนาดเปลี่ยนผลลัพธ์จากขาวเป็นดำ หรือบิดเบือนเจตนาของประชาชนผู้ลงคะแนน
ตรงกันข้าม การรัฐประหาร ตุลาการภิวัตน์ และม็อบมีเส้นต่างหากที่เปลี่ยนผลลัพธ์กลับขาวเป็นดำและปฎิเสธเจตนาของประชาชน
คน เสื้อแดงต้องรณรงค์ล่วงหน้าให้คนในสังคมยอมรับผลการเลือกตั้ง อย่าอ้างข้อบกพร่องหรือการซื้อขายเสียง มาเป็นเหตุปฎิเสธเจตนาของประชาชนผู้ลงคะแนน
การ ต่อสู้ในประเด็นนี้จะเป็นผลดีต่ออนาคตของระบอบประชาธิปไตยทั้งระยะสั้นและ ยาว อีกทั้งในขณะนี้เป็นจุดแข็งของคนเสื้อแดง แต่เป็นจุดอ่อนของฝ่ายอำมาตย์และพันธมิตรฯ เพราะพวกเขากลัวการเลือกตั้งและกลัวประชาชนที่เสมอภาคทั่วหน้ากัน คนเสื้อ แดงต้องผลักดันให้สังคมเตรียมพร้อม อย่าตกหลุมพวกอำมาตย์อีก สังคมต้องยืนยันยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่หวั่นไหวไปกับการบิดเบือนของ พวกอำมาตย์ที่มุ่งปล้นทำลายประชาธิปไตย
การ เลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตยของมหาชน คือการต่อสู้ที่ดีที่สุดต่อพวกอำมา ตยาธิปไตย และอาจเป็นวิธีการช่วยทักษิณที่เข้าท่ากว่าวิธีอื่นๆ ที่ทำมาแล้ว
ข้อเสนอที่สอง กระบวนการยุติธรรมต้องยุติธรรม
นิติ รัฐต้องเป็นนิติรัฐที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอหน้า ไม่ใช่เลือกใช้กฎหมายอย่างสองมาตรฐานหรือไร้มาตรฐานเพียงเพื่อบรรลุเป้าหมาย ทางการเมือง บุคคลากรของกระบวนการยุติธรรมต้องเที่ยงตรง มีหลักการและเป็นมืออาชีพ มิใช่ถวายตัวเป็นทาสอุดมการณ์หรือสถาบันทางการเมืองใดๆ
นี่เป็นประเด็นสำคัญมากต่อการกอบกู้ประชาธิปไตย เพราะกระบวนการยุติธรรมที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งขาดไม่ได้ในระบอบนี้
ที่ ผ่านมา ความเละเทะของกระบวนยุติธรรมภายใต้ตุลาการภิวัตน์ ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง มีคนมากมายเห็นอกเห็นใจคนเสื้อแดงที่โดนสองมาตรฐานรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า
ใครๆ ก็รู้และรังเกียจพันธมิตรฯที่มีอภิสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย แถมเคารพกฎหมายก็ต่อเมื่อเข้าข้างฝ่ายตน ครั้นไม่เข้าข้างฝ่ายตนก็เพิกเฉย ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีใครทำอะไรพันธมิตรฯได้ แม้ว่าฝ่าย พันธมิตรฯ และอำมาตย์จะได้เปรียบที่มีอำนาจรัฐ ทหาร ศาล และอำนาจเหนือรัฐหนุนหลังอยู่ แต่นี่เป็นจุดอ่อนทางการเมืองของพวกเขา
การต่อสู้ของคนเสื้อแดงจึงต้องสนใจสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เชื่อถือได้
เรา ต้องกล้า เรียกร้อง ฟ้อง ฟ้องกลับ และร้องเรียนในกรณีที่ไม่เป็นธรรม ต้องป่าวประจานตุลาการภิวัตน์ให้อับอาย เรียกร้องให้พวกเขาเคารพหลักการและเป็นมืออาชีพ หรือจนกว่าบุคคลากรในกระบวน การยุติธรรมจะลุกขึ้นมาสะสางวงการของตน สลัดให้พ้นแอกของอำมาตยาธิปไตย
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อแสวงหาอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย แต่เพื่อยุติความลำเอียง ไร้มาตรฐาน เพื่อสร้างบรรทัดฐานและกอบกู้กระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะเกิดได้ต่อเมื่อยุติตุลาการภิวัฒน์ลงเสีย
ข้อเสนอที่สาม สื่อมวลชนต้องเป็นมืออาชีพ
สื่อมวลชนที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยจำเป็นในสังคมประชาธิปไตยเช่นกัน
ที่ ผ่านมา สื่อมวลชนพัฒนาแต่เทคโนโลยี แต่กลับไม่พัฒนาหรือยิ่งถอยหลังในทางวิชาชีพ ความสามารถของบุคคลากรเสื่อมถอยลงทุกระดับ ทั้งด้านฝีมือในวิชาชีพ ความรอบรู้มีวิจารณญาณ และความเที่ยงธรรมมีจรรยาบรรณของสื่อ
ความกล้าหาญหดหาย รู้จักแต่หดหัวต่ออำนาจ ยอมตัวเป็นเครื่องมือปล้นทำลายประชาธิปไตย
กลาย เป็นว่าอาณาจักรของสื่อยิ่งขยายตัวยิ่งมีอำนาจและยิ่งร่ำรวย ความเป็นมือ อาชีพเที่ยงธรรมกลับถดถอย จนกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างน่าสมเพช กลายเป็นว่า ยุคที่ข่าวสารท่วมล้นชีวิตเราจากย่ำรุ่งยันย่ำค่ำ ยิ่งกว่าประเทศใดๆในโลก สังคมไทยกลับเต็มไปด้วยความงมงายไร้วิจารณญาณยิ่งกว่ายุคใดๆ
มี แต่คนในวงการสื่อเท่านั้นแหละที่มองไม่เห็นความเละเทะไร้ประสิทธิภาพของสื่อ ในขณะที่ผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองเอือมระอาสื่อเต็มทน จนละครน้ำเน่ายังน่าดูกว่าข่าวทีวี
การ ต่อสู้เรื่องสื่อจึงมิใช่เพื่อคนเสื้อแดงหรือทักษิณเท่านั้น แต่เพื่อประชาธิปไตยและอนาคตของสังคมไทย การต่อสู้ในเรื่องนี้ต้องมิใช่หยุดอยู่เพียงแค่เสนอสื่อของคนเสื้อแดงขึ้นมา ตอบโต้กับสื่อกระแสหลัก ทางเลือกของคนเสื้อแดงเป็นสิ่งมีประโยชน์ แต่เราคงต้องรณรงค์ร่วมผลักดันให้วิชาชีพสื่อมวลชนยกระดับกว่าที่เป็นอยู่
ข้อเสนอที่สี่ กระบวนการกล่าวหาฟ้องร้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่เป็นธรรม
อย่า ใช้กฎหมายนี้อย่างฉ้อฉลเพื่อปกป้องหัวโจกตัวแทนขุนพลไพร่ราบของอำมาตยา ธิปไตย อย่าใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายฝ่ายตรงข้าม อย่าใช้กฎหมาย นี้เพื่อปิดปากประชาชน
หากไม่ยอมแก้ไข เราก็น่าจะช่วยกันฟ้องประจานความเลอะเทอะเปรอะเปื้อนของกฎหมายนี้ให้หมดความหมายไปเลย
สร้างสรรค์และเป็นฝ่ายรุกอย่างมีวุฒิภาวะ
เรา เชื่อมั่นว่า มีคนที่มีความคิดดีๆ สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ หลายรูปแบบที่ส่งผลระยะสั้น ระยะยาว แถมไม่ต้องรวมศูนย์ภายใต้แกนนำใดๆ บางครั้งไม่ทำในนามคนเสื้อแดงก็อาจจะดีด้วยซ้ำไป
ลำพังการโต้แย้งแบบต่อปากต่อคำ ”เอา มันส์” ถูกใจคนฟังหรือเอาใจแฟนคลับทางวิทยุหรืออินเตอร์เน็ต มีเสน่ห์ดึงดูดให้เราติดตามหรือเข้าร่วมต่อปากต่อคำด้วย แต่ความสะใจกลับมีผลอย่างมากก็แค่ยืนยันความคิดของเราเอง แต่ไม่สามารถสร้างประเด็นหรือวาทกรรมที่มีอิทธิพลทางสังคมได้
การ ประท้วงตอบโต้สาธารณะเป็นเรื่องจำเป็นตามสมควร แต่โดยมากมีลักษณะปกป้องตัวเองหรือเป็นฝ่ายรับ ไม่ใช่การสร้างสรรค์หรือเป็นฝ่ายรุกเท่าที่ควร
คน เสื้อแดงและผู้สนับสนุนทั้งหลายคงต้องสร้างสรรค์โครงการเชิงบวกและเป็นฝ่าย รุกให้มากขึ้น หมายความว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างประเด็นหรือวาทกรรมทางสังคม อาจเป็นการเสนอปัญหาหรือเป็นข้อเสนอยกระดับกระบวนการยุติธรรมและสื่อ หรืออย่างน้อยน่าจะเป็นการประท้วงโต้แย้งที่มีนัยเชิงรุกและสร้างสรรค์ เพื่อสร้างบรรทัดฐานของวงการต่างๆ เช่น ฟ้องร้องเพื่อสร้างบรรทัดฐานของวิชาชีพสื่อ หรือเพื่อให้ตุลาการภิวัตน์ต้องอับอายกระอักกระอ่วน อาจมีกลุ่มโครงการทำหน้าที่จับตาและเปิดโปงการละเมิดจรรยาบรรณของสื่อโดย เฉพาะ เป็นต้น
การ ชุมนุมแสดงพลังยังเป็นสิ่งจำเป็นแต่ไม่เพียงพอ เราต้องการโครงการที่มีวุฒิภาวะ ที่มีจุดหมายไกลกว่าเพื่อทักษิณ ขบวนการคนเสื้อแดงควรเป็นผู้มีวุฒิภาวะและ เป็นฝ่ายสร้างสรรค์
ปล่อยให้พันธมิตรฯ ประชาธิปัตย์ และพวกอำมาตย์ เป็นฝ่ายตะแบงเอาแต่ต่อปากต่อคำผ่านโฆษกสารพัดของพวกเขาต่อไปเถอะ
อีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งทั่วไปอีกแล้ว อย่าปล่อยให้พวกอำมาตย์ปล้นทำลายประชาธิปไตยไปอีกครั้ง
คนเสื้อแดงพร้อมหรือยัง?
พร้อมม
ReplyDelete