From a Reader---
คุณจอมกับผม หรือแค่ผมกับคุณจอมก็ไม่รู้สิ
ขอ ไว้อาลัยให้กับความตายของเสรีภาพคนทำสื่ออีกหน กับการที่คุณจอม เพชรประดับ มีอันต้องออกแถลงการณ์ยุติการทำรา้ยการ เนื่องจาก จัดการสัมภาษณ์ข้ามทวีป ที่ผู้รับเชิญเป้นบุคคลไม่พึงประสงค์ของ "รัฏฐาธิปัตย์" ยุคหลังความเฟื่องฟูของ "2 มาตรฐานสะท้านโลกันต์"
นอกเหนือจากการเห็นคุณจอมในฐานะคนทำสื่อของสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี มาระยะหนึ่ง ก่อนการ "ฉีกรัฐธรรมนูญ ปล้นประชาธิปไตย" เมื่อ 19 กันยายน 2549 ผมมีโอกาสพบตัวเป็นๆของชายหนุ่มผิวคล้ำร่างสักทัดคนทำข่าวภาคสนามคนนี้เป็นครั้งแรก ใน งานรำลึก 14 ตุลา ประจำปี 2549 ด้านหน้าของห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 4 แยกคอกวัว ไม่ถึง 1 เดือนหลัง "การรัฐประหารอัปยศ"
ไอ้ที่ผมพกใส่กระเป๋าเสื้อออกจากบ้านไปคนเดียว ก่อนจะบอกครอบครัวเพียงสั้นๆว่า ขอไปดูหน้า "นักวิชาการที่สับสนุน คปค.-คมช." ให้เห็นกับตาสักหน่อย มันคือสติ๊กเกอร์พื้นดำ มีสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร เป้นเครื่องหมายห้ามจอดทับตัวหนั้งสือ Coup d'Tat
ก่อนจะเข้าสู่ห้องประชุมซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจว่า ใครหรืออะไรที่กำลังสดุดี "โจร" กันอยู่ข้างใน ผมเห็นมีหลายๆคนยังเตร่อยู่ด้านนอก ในจำนวนนี้ที่จำได้แม่นก็มี คุณวรัญชัย โชคชนะ เจ้า้เก่า กับคุณจอม เพชรประดับ ที่กำลังชี้ให้ช่างบันทึกเทปโทรทัศน์เก็บบรรยากาศ
จู่ๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นเทวดาหรือผีร้ายตนใดมาดลใจผม ผมจัดแจงหยิบสติ๊กเกอร์แผ่นขนาดฝ่ามือนั้น มาชูหน้ากล้องบันทึกเทป ซึ่งคุณจอมก็ไม่รอช้า จัดแจงทำเป้นเรื่องเป็นราว จัดท่าทางให้ผมไปยืนหน้าประตูทางเข้าที่แดดส่องเข้าพอดี โดยผมก็ย้ำกับคุณจอมอไปว่า ขอให้ถ่ายติดเฉพาะมือกับสติ๊กเกอร์ อย่าให้เห้นหน้าผม ผมขี้เกียจเอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกเป็นไอ้โม่งเหมือนพวกปาเลสติเนี่ยน ซึ่งก็เรียกเสียงเฮฮาจากผู้คนแถวนั้นได้พอสมควร
ผมบอกคุณจอมว่า ผมไม่หวังจะเห็นช็อตนี้ออกอากาศหรอก แล้วแต่คุณจอมจะไปฉายให้ใครดูก็ตามแต่
ผมเข้าไปทันได้ฟัง รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร อธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าว ปัจฉิมกถาถึงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรีถือเป็นคนที่มีภาพที่ดี ตรงนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วไป ตนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องการให้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่อ่อนแอ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง...
หลังจากผมเพียรยกมือเพื่อจะถามคำถามที่ "นักวิชาการผู้เห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร" เอ่ยปากอนุญาต ซึ่ง "ท่าน" หรือ "แก" คนนั้นก็ไม่ยอมหันมาทางผมสักที หรือเห็นแล้วหรือทำไม่ไเห้นก็ไม่ซับทราบได้ ว่าไม่ใช่ "ตัวเตี๊ยม" แกก็เดินลงจากโพเดียมบนเวที
ผมตะโกนดังๆ พอจะให้แกหันมา ด้วยน้ำเสียงดัดให้ดูเหมือนยกย่องว่า "อาจารย์ครับ อาจารย์" ซึ่งคุณวิวัฒน์ชัยก็หันมาฉีกยิ้ม ก่อนจะหน้าม้านเบือนหนีผมกับคำถามของผมว่า
"ที่ นี่เกิดจากเงินบริจาคของพ่อแม่พี่น้องประชาชนช่วง 14 ตุลา 16 เพื่อขับไล่ 3 ทรราช แต่วันนี้อาจารย์มาสรรเสริญคณะรัฐประหาร ที่ตั้งรัฐบาลที่หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นลูกเขยทรราชได้ยังไง แล้วอีกคนหนึ่งเป็นลูกชายของคนที่เกือบทำให้ชาติไทยกลายเป็นประเทศแพ้ สงคราม"
ผมกลับบ้าน และคืนหลับสนิทเป็นครั้งแรกหลังรถถังออกมาวิ่งในกรุงเทพฯ พร้อมกับประโยคสามานย์ในสถานีโทรทัศน์หลายวันหลายคืนติดต่อกัน
"โปรดฟังอีกครั้ง"
คุณจอมกับผม หรือแค่ผมกับคุณจอมก็ไม่รู้สิ
ขอ ไว้อาลัยให้กับความตายของเสรีภาพคนทำสื่ออีกหน กับการที่คุณจอม เพชรประดับ มีอันต้องออกแถลงการณ์ยุติการทำรา้ยการ เนื่องจาก จัดการสัมภาษณ์ข้ามทวีป ที่ผู้รับเชิญเป้นบุคคลไม่พึงประสงค์ของ "รัฏฐาธิปัตย์" ยุคหลังความเฟื่องฟูของ "2 มาตรฐานสะท้านโลกันต์"
นอกเหนือจากการเห็นคุณจอมในฐานะคนทำสื่อของสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี มาระยะหนึ่ง ก่อนการ "ฉีกรัฐธรรมนูญ ปล้นประชาธิปไตย" เมื่อ 19 กันยายน 2549 ผมมีโอกาสพบตัวเป็นๆของชายหนุ่มผิวคล้ำร่างสักทัดคนทำข่าวภาคสนามคนนี้เป็นครั้งแรก ใน งานรำลึก 14 ตุลา ประจำปี 2549 ด้านหน้าของห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 4 แยกคอกวัว ไม่ถึง 1 เดือนหลัง "การรัฐประหารอัปยศ"
ไอ้ที่ผมพกใส่กระเป๋าเสื้อออกจากบ้านไปคนเดียว ก่อนจะบอกครอบครัวเพียงสั้นๆว่า ขอไปดูหน้า "นักวิชาการที่สับสนุน คปค.-คมช." ให้เห็นกับตาสักหน่อย มันคือสติ๊กเกอร์พื้นดำ มีสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร เป้นเครื่องหมายห้ามจอดทับตัวหนั้งสือ Coup d'Tat
ก่อนจะเข้าสู่ห้องประชุมซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจว่า ใครหรืออะไรที่กำลังสดุดี "โจร" กันอยู่ข้างใน ผมเห็นมีหลายๆคนยังเตร่อยู่ด้านนอก ในจำนวนนี้ที่จำได้แม่นก็มี คุณวรัญชัย โชคชนะ เจ้า้เก่า กับคุณจอม เพชรประดับ ที่กำลังชี้ให้ช่างบันทึกเทปโทรทัศน์เก็บบรรยากาศ
จู่ๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นเทวดาหรือผีร้ายตนใดมาดลใจผม ผมจัดแจงหยิบสติ๊กเกอร์แผ่นขนาดฝ่ามือนั้น มาชูหน้ากล้องบันทึกเทป ซึ่งคุณจอมก็ไม่รอช้า จัดแจงทำเป้นเรื่องเป็นราว จัดท่าทางให้ผมไปยืนหน้าประตูทางเข้าที่แดดส่องเข้าพอดี โดยผมก็ย้ำกับคุณจอมอไปว่า ขอให้ถ่ายติดเฉพาะมือกับสติ๊กเกอร์ อย่าให้เห้นหน้าผม ผมขี้เกียจเอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกเป็นไอ้โม่งเหมือนพวกปาเลสติเนี่ยน ซึ่งก็เรียกเสียงเฮฮาจากผู้คนแถวนั้นได้พอสมควร
ผมบอกคุณจอมว่า ผมไม่หวังจะเห็นช็อตนี้ออกอากาศหรอก แล้วแต่คุณจอมจะไปฉายให้ใครดูก็ตามแต่
ผมเข้าไปทันได้ฟัง รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร อธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าว ปัจฉิมกถาถึงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรีถือเป็นคนที่มีภาพที่ดี ตรงนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วไป ตนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องการให้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่อ่อนแอ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง...
หลังจากผมเพียรยกมือเพื่อจะถามคำถามที่ "นักวิชาการผู้เห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหาร" เอ่ยปากอนุญาต ซึ่ง "ท่าน" หรือ "แก" คนนั้นก็ไม่ยอมหันมาทางผมสักที หรือเห็นแล้วหรือทำไม่ไเห้นก็ไม่ซับทราบได้ ว่าไม่ใช่ "ตัวเตี๊ยม" แกก็เดินลงจากโพเดียมบนเวที
ผมตะโกนดังๆ พอจะให้แกหันมา ด้วยน้ำเสียงดัดให้ดูเหมือนยกย่องว่า "อาจารย์ครับ อาจารย์" ซึ่งคุณวิวัฒน์ชัยก็หันมาฉีกยิ้ม ก่อนจะหน้าม้านเบือนหนีผมกับคำถามของผมว่า
"ที่ นี่เกิดจากเงินบริจาคของพ่อแม่พี่น้องประชาชนช่วง 14 ตุลา 16 เพื่อขับไล่ 3 ทรราช แต่วันนี้อาจารย์มาสรรเสริญคณะรัฐประหาร ที่ตั้งรัฐบาลที่หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นลูกเขยทรราชได้ยังไง แล้วอีกคนหนึ่งเป็นลูกชายของคนที่เกือบทำให้ชาติไทยกลายเป็นประเทศแพ้ สงคราม"
ผมกลับบ้าน และคืนหลับสนิทเป็นครั้งแรกหลังรถถังออกมาวิ่งในกรุงเทพฯ พร้อมกับประโยคสามานย์ในสถานีโทรทัศน์หลายวันหลายคืนติดต่อกัน
"โปรดฟังอีกครั้ง"
No comments:
Post a Comment