Sunday, May 22, 2011

ใบตองแห้ง...ออนไลน์: จดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯอานันท์: 112 ไม่ใช่แค่การบังคับใช้

http://www.prachatai.com/journal/2011/05/34767

ใบตองแห้ง...ออนไลน์: จดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯอานันท์: 112 ไม่ใช่แค่การบังคับใช้

ขอเขียนจดหมายเปิดผนึกมั่ง ถึงท่านนายกฯ อานันท์ที่ผมชื่นชม จำได้ว่าสมัยที่เคยสัมภาษณ์ท่าน ผมงี้แสนปลื้ม จนถึงวันนี้ก็ยังขอเรียกท่านว่านายกฯ อานันท์ เพราะท่านยังเป็นนายกฯ ในดวงใจคนชั้นกลางอย่างผม (แบบเดียวกับชวนยังเป็นนายกฯ ในดวงใจของคนใต้ ทักษิณเป็นนายกฯ ในดวงใจของเสื้อแดง)

ได้อ่านที่นายกฯ อานันท์ชี้แจงนักข่าวต่างประเทศเรื่องมาตรา 112 แล้วมองเห็นทั้งด้านที่มีความหวังเล็กๆ และด้านที่ผิดหวัง...เยอะหน่อย

ด้านที่มีความหวังเล็กๆ คือนายกฯ อานันท์ยอมรับว่าการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา เนื่องจากใครก็ได้มีสิทธิกล่าวโทษ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนใช้ประโยชน์จากตัวกฎหมายและสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก็คงจะลดปัญหาที่เกิดขึ้น

นั่นแสดงว่านายกฯ อานันท์เห็นด้วยกับข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 อย่างน้อยก็ให้มีหน่วยงานกลางหน่วยเดียวเป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษ (ซึ่งนิติราษฎร์เสนอให้เป็นสำนักราชเลขาธิการ)

เรื่องนี้ต้องแก้ไขกฎหมายนะครับ ไม่ว่าจะให้หน่วยงานใดก็แล้วแต่ เพราะถ้ามาตรา 112 ยังเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ยอมความไม่ได้ (ไม่เหมือนหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา) ใครๆ ก็แจ้งความได้ ถ้าไม่ต้องการให้นาย ก. นาย ข.แจ้งความกล่าวโทษได้ ก็ต้องเพิ่มข้อจำกัดเข้าไปในตัวบทกฎหมาย

ซึ่งเมื่อท่านพูดกับสากลโลกเช่นนี้แล้ว ก็หวังว่าในฐานะที่ท่านเป็น Royalist ที่มีเครดิตสูงในหมู่ชนชั้นนำ จะช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไข เพื่อช่วย “ลดปัญหา” ไม่เพียงแค่พูดลอยๆ แล้วหายไปกับสายลม

และหวังว่าท่านจะแสดงท่าทีคัดค้านการ “ใช้ประโยชน์จากสถาบันพระมหากษัตริย์” ที่มีการออกหมายเรียกหมายจับอย่างมากมายโดยส่อนัยไล่ล่ากวาดล้างกันทางการเมือง ไม่ใช่ท่านพูดแล้ววางเฉย ปล่อยให้ “ใช้ประโยชน์จากสถาบันพระมหากษัตริย์” กันต่อไป ในฐานะผู้จงรักภักดีอย่างแท้จริง ท่านควรจะต้องช่วยยับยั้งกลั่นกรองเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

อย่างไรก็ดี ส่วนที่น่าผิดหวังในคำให้สัมภาษณ์คือ ท่านบอกว่า “การดำรงอยู่ของกฎหมายไม่ได้เป็นปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการบังคับใช้ และเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้”

นั่นหมายความว่าท่านอานันท์ไม่เห็นว่าการกำหนดโทษจำคุก 3-15 ปีเป็นปัญหา แค่เป็นปัญหาที่ใครก็กล่าวโทษได้

อ้าว แล้วปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในแง่ที่ผู้ต้องหามักไม่ได้ประกันตัวละครับ สาเหตุที่ไม่ให้ประกันเพราะศาลท่านอ้างว่าคดีนี้มีโทษสูง จำเลยอาจหลบหนี จำเลยจำนวนหนึ่งก็เลยหนีจริงๆ เพราะผิดไม่ผิดยังไม่รู้ แค่ถูกกล่าวโทษก็ขังยาว

ฉะนั้นที่ท่านนายกฯ อานันท์บอกว่าตัวบทกฎหมายไม่มีปัญหา มีเพียงปัญหาการบังคับใช้ จึงผิดตรรกะ เพราะทั้งสองด้านเกี่ยวเนื่องกัน

ปัญหาการบังคับใช้ไม่ได้มีเพียงเรื่องที่ใครก็กล่าวโทษได้ แต่ยังมีกรณีที่กล่าวโทษมั่ว และเมื่อผู้ต้องหามอบตัวแล้วมักไม่ได้รับประกันตัวตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการวินิจฉัยและตีความของศาล ซึ่งท่านนายกฯ อานันท์ไม่ได้พูดหมด

ผมยกตัวอย่างนะครับ ปัญหาการบังคับใช้เช่นกรณีจีรนุช เปรมชัยพร กับกรณีสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งถูกออกหมายจับโดยไม่รู้ตัว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไม่เคยแจ้งให้ทราบ จีรนุชถูกจับที่ ตม.เมื่อกลับจากต่างประเทศ สมยศถูกจับที่ ตม.เมื่อจะเดินทางเข้าเขมร ผลคือสมยศไม่ได้ประกันตัว เพราะศาลมองว่าจะหลบหนี ทั้งที่สมยศถูกออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.เมื่อวันที่ 20-22 ก.พ.เขายังนำคณะทัวร์ไปเขมร และยังขึ้นเวทีปราศรัย แถลงข่าว เคลื่อนไหว อยู่ตามปกติ กระทั่งจะไปเขมรอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.จึงถูกจับ

ปัญหาการบังคับใช้ยังมีเรื่องของการกล่าวโทษได้ครอบจักรวาล ไม่ว่าจะพูดหรือเขียนอย่างระมัดระวังแค่ไหน เช่นกรณีของ อ.ใจ อึ๊งภากรณ์ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งผมเคยอ่านข้อความที่เขาถูกกล่าวหาแล้ว เซอร์ไพรส์มาก เพราะเป็นข้อความที่ปกติธรรมดา พูดง่ายๆ ว่า สิ่งที่ อ.สมศักดิ์เคยพูดและเขียนมา ยังน่าจะ “โดน” ยิ่งกว่านี้ เช่นเดียวกับกรณีจักรภพ เพ็ญแข ข้อความที่จักรภพพูด ที่มีสื่อถอดความมาเผยแพร่ให้อ่านกันทั้งประเทศ เป็นข้อความที่นักวิชาการมากมายเคยพูดมาก่อน หลังจักรภพก็ยังมีคนพูด

การกล่าวโทษตามมาตรา 112 จึงเป็นเรื่อง “ลมเพลมพัด” แล้วแต่ลมจะพัดไปทางใคร คุณก็ซวย

นอกจากนั้นยังมีการเลือกปฏิบัติ ดังเช่นคดีของ “อากง” วัย 61 ผู้ถูกกล่าวหาว่าส่ง SMS หมิ่น DSI อ้างข้อมูล กอ.รมน.ว่าถูกขึ้น “บัญชีดำ” ในฐานะเสื้อแดงฮาร์ดคอร์

จะหมิ่นหรือไม่หมิ่น ว่ากันไปตามพยานหลักฐานสิครับ ดูซิมการ์ด ดูบันทึกการใช้โทรศัพท์ ทำไมต้องอ้างรายงาน กอ.รมน.เหมือนเราอยู่ในยุคถีบลงเขา เผาลงถังแดง นี่คือการเลือกปฏิบัติ คือแปลว่าถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ถ้าคุณถูก กอ.รมน.ขึ้นบัญชีดำ ก็น่าเชื่อว่าผิดมาตรา 112

แบบเดียวกันเลย เอากระดาษแผ่นเดียวที่ ศอฉ.เขียนขึ้นเอง มากล่าวหา 18 แกนนำเสื้อแดง “ล้มเจ้า” ถ้าแน่จริง พล.อ.ประยุทธ์ หรือใครก็ตามที่รับผิดชอบ ต้องลงชื่อในแผนผัง รับรองว่าเป็นความจริง คนที่ถูกกล่าวหาเขาจะได้ฟ้องกลับ เพื่อพิสูจน์กัน

ปัญหาการบังคับใช้ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เกิดขึ้นเพราะตัวบทกฎหมายมาตรา 112 เป็นปัญหา การบังคับใช้ที่ครอบจักรวาลมาจากตัวบทกฎหมายที่กำหนดความผิดครอบจักรวาลและบทลงโทษเกินสมควรแก่เหตุ ต่อให้ท่านนายกฯ อานันท์เชื่อว่าให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้กล่าวโทษแล้วจะลดปัญหา ถ้าไม่แก้ไขตัวบทกฎหมายให้ชัดเจนแน่นอน เหมาะสม หน่วยงานที่รับไปก็จะมีปัญหายุ่งยากลำบากใจในการวินิจฉัยเสียเอง

มาตรา 112 ยกระดับขึ้นมาจากความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา แน่นอนว่า “นี่เป็นวัฒนธรรมของเรา” ซึ่งพอยอมรับได้ถ้าสมเหตุสมผล และอยู่ในกรอบของระบอบประชาธิปไตยที่สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาที่ดำรงอยู่คือ มาตรา 112 กำหนดความผิดและกำหนดโทษแตกต่างจากบุคคลธรรมดาหลายสิบหลายร้อยเท่า

การหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา มีข้อยกเว้นความผิด หากเป็นการติชมโดยสุจริต วิพากษ์วิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และยกเว้นโทษ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง เว้นแต่เป็นเรื่องส่วนตัว... แต่มาตรา 112 ไม่มี

การหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี การดูหมิ่นบุคคลธรรมดา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน... แต่มาตรา 112 ไม่แยก และเหมารวมโทษจำคุก 3-15 ปี หมายความว่าศาลจะตัดสินต่ำกว่า 3 ปีไม่ได้ นี่เป็นโทษที่สูงกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชด้วยซ้ำ และแก้ไขใหม่โดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หลัง 6 ตุลา 2519

หลัง 6 ตุลา 2519 ที่ท่านนายกฯ อานันท์ถูกพักราชการจากปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในข้อหาฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ จนต้องลาออกจากราชการนั่นละครับ ความอยุติธรรมที่ท่านได้รับในครั้งนั้นผมยังเจ็บแค้นแทนไม่หาย ท่านถูกกล่าวหาด้วยการขึ้นบัญชีดำและอ้างข้อมูลฝ่ายความมั่นคง คล้ายๆ กันนี่แหละ ถึงวันนี้ผมอยากถามท่านจังว่า ท่านเห็นว่าการเพิ่มโทษโดยประกาศคณะปฏิรูปฯ เหมาะสมหรือไม่

กฎสากลกับมาตรฐาน

ผมไม่ทราบว่าท่านนายกฯอานันท์เคยอ่านคำแถลงของนิติราษฎร์ หรือคำให้สัมภาษณ์ของ อ.วรเจตน์หรือเปล่า อ.วรเจตน์ชี้ว่า มาตรา 112 ไม่ควรอยู่ในหมวดความมั่นคงของรัฐ เพราะรัฐประชาธิปไตย ไม่ใช่รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่รัฐกับพระมหากษัตริย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รัฐประชาธิปไตย ตัวรัฐแยกกับพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เป็นเพียงองค์กรหนึ่งของรัฐ การกระทำผิดต่อพระมหากษัตริย์จึงไม่ใช่กระทบความมั่นคงของรัฐทุกกรณี ต้องแยกแยะเป็นกรณีไป เช่น ลอบปลงพระชนม์ ถือว่ากระทบความมั่นคง แต่การหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ถือเป็นความผิดที่ไม่กระทบความมั่นคง (เพราะพระมหากษัตริย์ไม่ใช่รัฐ เราเปลี่ยนแปลงมา 79 ปีแล้ว)

สิ่งที่ผมพยายามจะพูดก็คือ มาตรา 112 ทั้งตัวบทกฎหมายและการบังคับใช้ตีความ ตั้งอยู่บนฐานของอุดมการณ์ที่ยังเห็นว่ารัฐกับพระมหากษัตริย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นมรดกอุดมการณ์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ตกทอดมาอยู่ในระบอบประชาธิปไตย

อุดมการณ์เช่นนี้แหละที่ทำให้เป็นปัญหา ทั้งหลักการของกฎหมายและการบังคับใช้ แต่ถ้ามาตรา 112 อยู่ภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตย การดำรงอยู่ของกฎหมายจะไม่เป็นปัญหาเลย

ท่านนายกฯ อานันท์กล่าวอย่างฟังดูงดงามว่า “คนไทยส่วนใหญ่รัก เคารพ และเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ซึ่งคนจากประเทศอื่นๆ อาจมองว่าคนไทยรักและเคารพสถาบันกษัตริย์แบบแปลกๆ แต่ไม่ว่าภายนอกจะมองว่าอย่างไร แต่นี่เป็นวัฒนธรรมของเรา เช่นเดียวกับในหลักการพหุวัฒนธรรม ผู้อื่นก็ควรจะเคารพในความหลากหลาย และไม่ควรตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี”

คำถามคือ มาตรา 112 อยู่ในหลักการพหุวัฒนธรรม เคารพในความหลากหลาย อย่างที่ท่านพูดหรือเปล่า ผู้ที่รัก เคารพ เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ อย่างพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง “เคารพในความหลากหลาย และไม่ควรตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี” ดังที่ท่านพูดหรือเปล่า

“มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่ต้องไปตัดสินสถาบันกษัตริย์ในที่อื่นๆ เช่น ในอังกฤษ หรือนอร์เวย์ เพราะเป็นกษัตริย์ของเขา ประชาชนของเขา ผมคิดว่าการใช้กฎสากลกับระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในทุกที่ๆ นั้นไม่ถูกต้องเพราะมีรายละเอียดต่างๆ ที่แตกต่างกัน แต่ก็ควรมีมาตรฐานหนึ่งๆ ที่กำหนดไว้ซึ่งยอมรับได้ร่วมกัน”

ตรงนี้ยิ่งฟังแล้วสับสน ท่านบอกว่าใช้กฎสากลไม่ได้ แต่ควรมีมาตรฐาน แล้วจะมีมาตรฐานอะไร ถ้าไม่ใช่มาตรฐานของระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นสากล

ท่านนายกฯ อานันท์เป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ จบกฎหมายเกียรตินิยมจากเคมบริดจ์ และรับราชการเป็นเอกอัครราชทูตในหลายประเทศ ท่านคงเข้าใจดีว่า ในระบอบประชาธิปไตย (อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ของอังกฤษ หรือของหลายๆ ประเทศในยุโรป สถาบันกษัตริย์ล้วนดำรงอยู่ได้ด้วยการที่คนส่วนใหญ่รักเคารพ เช่นเดียวกับประเทศไทย

สถาบันกษัตริย์ของอังกฤษเปิดให้พวกนิยมสาธารณรัฐ หรือพวก Republic วิพากษ์วิจารณ์มาเป็นร้อยสองร้อยปีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังรักเคารพ ชื่นชม โดยสถาบันกษัตริย์ปรับตัวอยู่ตลอด ตั้งแต่สมัย The King’s Speech มาถึง The Queen (หนังยังข้ามมาชนะใจคนอเมริกันจนได้ออสการ์ไปหลายตัว)

ถึงวันนี้ แม้พวก Republic ยังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ แต่ก็เป็นเพียงเสียงข้างน้อยหยิบมือ แม้อังกฤษไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ใครพูดจาไม่เหมาะสมแสดงความไม่เคารพ ก็ถูกสาธารณชนต่อต้านหรือบอยคอตต์

นั่นคือมาตรฐานสากลของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้หลักการสิทธิเสรีภาพ ในอันที่จะเชื่อ ในอันที่จะรัก เคารพ นับถือ ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย

คำถามคือท่านนายกฯ อานันท์เชื่อหรือไม่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราสามารถดำรงอยู่ได้ เป็นที่เคารพ รัก เทิดทูน ของคนส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องมีมาตรา 112 ผมเชื่อ ท่านเชื่อหรือไม่

ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ผมบอกว่าต้องยกเลิกมาตรา 112 แต่ให้คงไว้โดยเพิ่มข้อยกเว้นความผิดในกรณีที่ติชมโดยสุจริตหรือวิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และกำหนดโทษให้เหมาะสม ไม่ใช่บอกว่ายกเลิกแล้วให้ใครก็ได้มาปาวๆ พูดจาให้ร้าย ดูหมิ่นสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของคนส่วนใหญ่

สาเหตุที่เราต้องเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 เป็นเพราะอะไร สาเหตุมันไม่ใช่เรื่องของความคันปากอยากวิพากษ์วิจารณ์เบื้องสูง ใครจะอยากหาเหาใส่หัวหาอัปรีย์ใส่ตัวถึงขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการอ้างอิงสถาบัน ดึงสถาบันอันควรเป็นที่เคารพรักของคนไทยทุกฝ่าย มาใช้ประโยชน์ มาเป็นอาวุธกล่าวหาให้ร้ายกันทางการเมือง จนเกิดการแบ่งฝักฝ่ายและทำให้คนอีกฝ่ายคับแค้นใจจนตอบโต้ด้วยอารมณ์ โดยเมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ความพยายามดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองของผู้แอบอ้างผู้ใกล้ชิด ก็จะถูกคนเหล่านั้นใช้ประโยชน์จากมาตรา 112 และสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกระทั่งวิกฤตบานปลายมาถึงปัจจุบัน

ซึ่งท่านนายกฯ อานันท์ก็คงทราบดีว่า วิกฤตในวันนี้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว อดีตนายกฯ โปร่งใสอย่างท่านน่าจะเข้าใจดีว่าเมื่อเกิดแรงต้าน ท่านจะกดจะดันมันไว้ หรือจะหาวิธีให้ไอน้ำระบายออกมาบ้าง

เราเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 เปิดโอกาสให้วิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ กล่าวให้ถึงที่สุดก็คือเพื่อประโยชน์ของสถาบัน เพราะสถาบันดำรงอยู่เพื่อประโยชน์สาธารณะ สถาบันจะดำรงอยู่เป็นมิ่งขวัญของประชาชนสืบไปชั่วกาลนาน ก็ต้องไม่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง เมื่อใดที่มีแนวโน้มว่าสถาบันจะถูกดึงเข้ามา หรือถูกอ้างอิง ต้องเปิดกว้างให้มีการท้วงติงเพื่อปกป้องสถาบัน และต้องเปิดกว้างเพื่อรับฟังทุกฝ่าย อันจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบัน (และต่อสาธารณะ)

เราเรียกร้องให้ปฏิรูปอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เพื่อที่จะทำให้เกิดความชัดเจน เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยให้เกิดความคลุมเครือ จนมีผู้อ้างอิงไปใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ แทรกแซงอำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ สร้างรัฐทหารซ้อนรัฐ หรือกระทั่งอ้างสถาบันฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตกับประเทศทุกครั้งที่ผ่านมา

หรือท่านนายกฯ อานันท์จะไม่ยอมรับว่า การอ้าง “พระราชอำนาจ” จนเลยเถิดไปจากกรอบของระบอบประชาธิปไตย เป็นสาเหตุหนึ่งในวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้

ขอเรียนตรงๆ ว่า ผมฟังท่านนายกฯ อานันท์ตอบคำถามเรื่องการปฏิรูปอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว นอกจากผิดหวัง ผมยังห่อเหี่ยว มองไม่เห็นอนาคต มองไม่เห็นทางออกที่จะนำไปสู่ “การเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ” เพราะผมมองว่าท่านนายกฯ อานันท์เป็นผู้จงรักภักดีที่แท้จริง ที่มีสายตากว้างไกล เป็น Royalist หัวก้าวหน้าที่มีเครดิตสูงสุด หนึ่งในน้อยคน

แต่เมื่อท่านนายกฯ อานันท์ยังคิดได้แค่นี้ ผมก็ได้แต่เศร้าใจ

 

ด้วยความเคารพ
ใบตองแห้ง
22 พ.ค.54
...................................
 

Saturday, May 21, 2011

Fwd: ข่าวประชาสัมพันธ์ลงทะเบียนเลือกตั้ง

FYI.


เรียนพี่และเพื่อนคนไทยทุกท่าน


            ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ประสงค์จะให้คนไทยในนครชิคาโกและมลรัฐข้างเคียงได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค.
          กำหนดการลงทะเบียน จะหมดเขตภายในวันที่ 31พ.ค. 2554 นี้ จึงขอประชาสัมพันธ์มาให้ทุกท่านที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ได้รีบลงทะเบียนโดยด่วนตามที่ทางสถานกงสุลใหญ่ฯแจ้งมา
         ในโอกาสนี้ขอความกรุณาจากพี่และเพื่อนๆช่วยส่งเมล์นี้ต่อให้เพื่อนคนไทยได้รับทราบโดยทั่วกัน เพื่อทุกท่านจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวัน เวลาที่จะมาถึงอันใกล้นี้

            

                              ขอแสดงความนับถือ
                                วรรณดี เลิศบูรพา
                                  สื่อมวลชนไทย นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา


---------- Forwarded message ----------
From: Narong Sasitorn
Date: 2011/5/19
Subject: ข่าวประชาสัมพันธ์
To: 


เรียน พี่เล็กวรรณดีฯ

ผมขอความอนุเคราะห์ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารจากสถานกงสุลใหญ่ฯ ถึงคนไทย ในชิคาโกและมลรัฐใกล้เคียงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรมาดังนี้

1. สกญฯ จะจัดให้มีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดย สกญฯ จะจัดส่งบัตรเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ 15 มิ.ย. 2554 
โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ให้ถึง สกญฯ ภายในวันที่ 25 มิ.ย. 2554
2. ผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ยกเว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายหลังการลงทะเบียน ซึ่งผู้ที่เปลี่ยนแปลงที่อยู่
จะต้องยื่นขอลงทะเบียนใหม่ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอให้รีบดำเนินการลงทะเบียนโดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเวบไซด์ สกญฯ 
ที่ www.thaiconsulatechicago.org ภายในวันที่ 31 พ.ค. 2554
3. สกญฯ ได้นำประกาศสำคัญเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งลงบนเวบไซด์ของ สกญฯ เป็นระยะๆ ขอให้โปรดติดตาม
ได้ที่ www.thaiconsulatechicago.org 

จึงขอเรียนมาเพื่อช่วยเวียนประชาสัมพันธ์ในหมู่คนไทยอีกช่องทางหนึ่งด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ณรงค์ ศศิธร


Narong Sasitorn
Consul General

Royal Thai Consulate General
700 North Rush street
Chicago. IL 60611
312.664.6129



Friday, May 20, 2011

Fwd: เทปเวทีประชาชน รำลึกครบรอบ 1 ปี สลายชุมนุม ณ สวนลุมพีนี

---------- Forwarded message ----------

Date: 2011/5/20
Subject: เทปเวทีประชาชน รำลึกครบรอบ 1 ปี สลายชุมนุม ณ สวนลุมพีนี
To:


เทปเวทีประชาชน รำลึกครบรอบ 1 ปี สลายชุมนุม ณ สวนลุมพีนี ดำเนินงานโดยเครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.) Democracy Networks ถ่ายทอดโดย ทีมงานม้าเร็ว speedhorse http://speedhorsetv.blogspot.com 19-may-2554
1.คุณโยนก คุณโอเล่ ศิลปินวงท่าเสา
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?yd4abafsqd78hjh
เสียง : http://www.mediafire.com/?q5qst468lyr6s8x
2.อาจารย์ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?omhhr0dfc79vnjn
เสียง : http://www.mediafire.com/?k18dvk2m65rd5yn
3.อาจารย์ตุ้ม กับ อาจารย์หวาน
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?dcr60rdwmr96zef
เสียง : http://www.mediafire.com/?x5n8hbkmdfec3tj
4. ทำพิธีสาปแช่งคนฆ่าประชาชน,ร้องประสานเสียง โดย จิ้นกรรมาชน
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?25z7r4nnesxiynp
เสียง : http://www.mediafire.com/?baaravnae1lsssv
5.ประกายไฟการละคร,บุญเติม สุวรรณศิริ,อาเล็ก โชคร่มพฤษ์
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?8oeh0s17s0t9cb6
เสียง : http://www.mediafire.com/?ksudlaofx0saw7u
6. พลท เฉลิมแสน
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?5oxpefftvsxxae8
เสียง : http://www.mediafire.com/?v7kj5swzsou1hp5
7.ทนายประเวศ ประภานุกูล (ทนาย คุณ ดา ตอปิโด)
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?t0uy011co1kdyi1
เสียง : http://www.mediafire.com/?x2716p0rbpyi218
8.ซัน ชิโร่ เพลงเจ้าของคอกม้า,แป๊ะ บางสนาน
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?887sls5dw1ng370
เสียง : http://www.mediafire.com/?bamoh8j4tbupy4c
9. ฟุ้ง เรดนนท์,กลุ่มสหายสีแดง,กลุ่มเสรีปัญญาชน
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?yvkw96jb61yu8jr
เสียง : http://www.mediafire.com/?t0nmna0z681dwbl
10. น้องตั้ง gear of red และเพื่อนๆ
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?uzbgxd8pp6d4jrd
เสียง : http://www.mediafire.com/?popq04kk20f3t6s
11.วัฒน์ วรรลยางกูร
ภาพ  : http://www.mediafire.com/?xcdmnpa7e5hzgaf
เสียง : http://www.mediafire.com/?t0t316eff336asl
12.จักรภพ เพ็ญแข
เสียง :  http://www.4shared.com/audio/cL2Gku55/JP...05-54.html

THE TRUTH BEHIND " THE LAND OF SMILES "เสื้อแดงออตเตเลีย19พค54

19 พฤษภาคม 2011 พลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย ร่วมกับSocialist Alliance และมหาวิทยาลัยซิดนีย์ จัดกิจกรรมรำลึกวีรชนประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี2475 หรือ คศ1932 จนถึงปัจจุบัน มีการจัดบอร์ดลำดับเล่าเหตุการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของนักศึกษาและประชาชนไทย

ในซุ้ม ยังมีการรณรงค์การให้ความรู้เรื่องม.112 และโทษของม.112 รวมทั้งเปิดให้มีการลงชื่อเพื่อสนันสนุนให้ยกเลิกม.นี้ ในเมืองไทยด้วย....

โดยงานเริ่มตั้งแต่เวลา11:00น ถึง 15:00 น ตลอดทั้งวัน มีทั้งนักศึกษา และอ.ในหลายระดับ และยังมีนักเรียนจากประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหาแบบเดียวกับประเทศไทยมาร่วมลงชื่อด้วยเช่นกัน

โดยนักศึกษาและอ.มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังได้ฝากกำลังใจให้กับพี่น้องคนไทย ในการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิเสรีภาพด้วย





« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2011, 05:21:47 PM »

Thursday, May 19, 2011

คอป TRCT No Justice insight 1Year

คอป TRCT No Justice insight 1Year

http://www.youtube.com/watch?v=1yaXKQ3Qq5E&feature=player_embedded

Clip Intelligence สมชาย หอมละออ No justice insight one year
1 ปีที่ผ่านไป คอป. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ
ครบ 1 ปี ของการหาความจริงจากการสลายชุมนุมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยองค์กรอิสระ TRCT truth for reconcilation commission of thailand คอป. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดอง แห่งชาติ


19 05 54 บันทึกสีแดง

19 05 54 บันทึกสีแดง part 1




19 05 54 บันทึกสีแดง part 2




19 05 54 บันทึกสีแดง part 3

The unintended fallout of May crackdown

http://www.nationmultimedia.com/2011/05/18/national/The-unintended-fallout-of-May-crackdown-30155586.html

BURNING ISSUE

The unintended fallout of May crackdown


One year after the bloody military crackdown on the red-shirt protest that ended on May 19, its unintended consequences that still reverberate today.


Red shirts are now even more critical, energised and full of angst against the old established elite who they believe have orchestrated all the political manipulations from behind the scenes over the years, but especially since the 2006 military coup.Those among the established elite who thought a bloody suppression of their opponents - which led to 92 deaths on both sides, but mostly red shirts, and left more than a thousand injured - had succeeded should rethink.

If anything, with tomorrow marking the first anniversary of the crackdown, many red shirts appeared more resolved to fight on, not just for their political idol, ousted and convicted former prime minister Thaksin Shinawatra, but for equal political and social rights, and for the loved ones whom they lost on the streets of Bangkok a year ago.

A year after the deaths, not a single case has been solved. Not a single person has been put on trial. And frankly, nobody expects the end of impunity any time soon, with the military now carving a greater role with a bigger budget in its self-appointed task of defending national security and the monarchy.

By now a large part of the anger and resentment have been channelled underground because of laws restricting freedom of political speech such as the Computer Crime Act and lese majeste law. With strings of arrests under both laws over the past year, red shirts have learned to speak about politics through the use of metaphors, coded words and innuendo.

And with red-shirt leaders such as Red Power editor Somyos Phrueksakasemsuk and Surachai Sae-darn in jail under the lese majeste law, many red shirts, rightly or wrongly, have become fully convinced that they do not truly enjoy equal political rights or the right to express their views and convictions.

This writer has never witnessed so many people exhibiting such a level of anger and hatred against the established elite and harbouring a heartfelt sense of double standards and political injustice since he began working with this newspaper nearly two decades ago.

The red shirts may not be sure if they can fully trust Thaksin's Pheu Thai Party, but they feel they have no choice but to entrust their fate, and their votes, in its hands.

Shortly after the May crackdown last year, Thai society saw the emergence of Red Sunday leader Sombat Boon-ngam-anong (aka Bor Kor Lai Jued) as a political player who staged innovative and peaceful gatherings and activities in defiance of the emergency decree. When he was briefly detained without charge, Sombat became even more visible. Today, his often-updated Facebook status is like a virtual political school, operating non-stop and educating middle-class reds.

Another unintended consequence of the continued crackdown is the greater international attention paid to those affected by draconian laws. Prachatai.com director Chiranuch Premchaiporn and Thammasat University historian Somsak Jiamteerasakul are two examples.

Late last year, Chiranuch, who is in charge of the left-leaning and red-shirt-sympathising Prachatai.com, was charged under the computer-crime law for not removing quickly enough alleged lese majeste comments that she didn't make herself. She faces a maximum combined 50 years of imprisonment. Prachatai.com is now an international poster boy for the struggle for freedom of political expression in Thailand.

Similar unintended consequences befell red-shirt historian Somsak, who was last Thursday propelled to the front page of the International Herald Tribune after he was charged under the lese majeste law because of two of his articles. The paper described him as an "obscure" historian. Not any more.

Society is very complex, and when actions not accepted as fair are committed, they often lead to unintended consequences.

เสื้อแดงรำลึก 1 ปีสลายการชุมนุมแยกราชประสงค์

http://www.prachatai.com/journal/2011/05/34645

เสื้อแดงรำลึก 1 ปีสลายการชุมนุมแยกราชประสงค์

 
 
 
19 พ.ค.54 ที่บริเวณแยกราชประสงค์ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้รวมตัวกันชุมนุมเพื่อรำลึกครบรอบ  1 ปี เหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 92 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยมวลชนที่สวมเสื้อสีแดงเริ่มเดินทางมายังเวทีปราศรัยตั้งแต่ช่วงบ่าย  เบื้องต้นตำรวจสันติบาลประเมินว่า มีผู้ชุมนุมประมาณ 1 หมื่นคน แม้ฝนจะตกหนักในช่วงเย็น แต่ก็ยังมีคนทยอยมาเรื่อยๆ มีการนิมนต์พระสงฆ์ 92 รูปมาสวดหน้าเวทีเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต รวมทั้งมีการเปิดวีดิโอเหตุการณ์ปีที่แล้วด้วย
 
ในช่วงเย็นบรรดาแกนนำ นปช. ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดง วางดอกไม้ ธูปเทียน ที่วัดปทุมวนาราม สดุดีดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมในเขตวัดปทุมวนาราม ซึ่งขณะนั้นถูกใช้เป็นเขตอภัยทานให้ผู้ชุมนุมใช้หลบอันตราย ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนเสื้อแดงที่ร่วมพิธี
 
ด้านแกนนำ นปช. อย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ส่วนตัวคงต้องยุติบทบาทในฐานะ นปช. เพราะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่จะไปขึ้นเวทีหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ส่วนการแสดงจุดยืนนั้นยังเหมือนเดิม คือ เพื่อไทยเป็นรัฐบาล และทวงหาความยุติธรรมให้กับ 92 ศพ
 
ส่วนนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า 1 ปีที่แล้วตนยืนอยู่บนเวทีคนเดียว เพราะมีความเป็นห่วงประชาชน วันนี้ตนจะสมัครส.ส. แต่ได้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะจังหวัดอุดรเป็นจังหวัดเมืองหลวงจของคนเสื้อแดง ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะชนะยกจังหวัด พวกเคารพกติกา แต่ยังมีความพยายามทำให้พวกตนไปอยู่ในคุกให้ได้ ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ 3 ก.ค. เราได้ประชาธิปไตยเมื่อใด เราก็ชนะ แต่จะต้องดูว่าเราจะโดนโกงด้วยวิธีใดบ้าง ดังนั้นจึงอยากจะขอให้คนเสื้อแดงไปเฝ้าทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ คำว่าสยามเมืองยิ้มจะกลับมาหลังวันที่ 3 ก.ค. เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ใช่สู้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ความจริงจะปรากฎหลังวันที่ 3 ก.ค. ว่า ฝ่ายอำมาตย์ หรือฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ
 
ผู้ประกอบการราชประสงค์โอด "แดง"ชุมนุมสูญเงินแล้ว 7 ล้าน
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจย่านราชประสงค์ กล่าวถึงผลกระทบที่ได้รับขณะนี้พบว่า ลูกค้ายกเลิกเข้าพักตามโรงแรมรอบแยกราชประสงค์ 1,100 ห้อง มูลค่าความเสียหาย 5,180,000 บาท และมีการขอยกเลิกการจัดงาน  คิดเป็นความเสียหายอีก 1,740,000 บาท รวมความเสียหาย วงเงิน 7,000,000 บาท