From http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=812377
โพสต์โดย : Bugbunny
ปัญหาหลักของวิชาประวัติศาสตร์ที่สอนสั่งกันในโลก คือมันมีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อรับใช้ผู้นำประเทศที่สั่งให้เขียนประวัติ ศาสตร์ในประเทศนั้น ๆ การยกตนข่มท่านจึงปรากฏอยู่ในการเขียนประวัติศาสตร์ของทุกประเทศ วิชานี้ลึก ๆ แล้วเป็นวิชาที่มีขึ้นเพื่อโฆษณาชวนเชื่อและรับใช้ชนชั้นสูง เป็นวิชาที่โรงเรียนพื้นฐานของแต่ละประเทศมีเอาไว้สอนสั่งเยาวชนของชาตินั้น ๆ ให้เห็นด้วยกับชนชั้นผู้ปกครอง เป็นวิชาเพื่อล้างสมองโดยแท้ เมื่อเราโตขึ้นวิชานี้ก็จะกลายเป็นเรื่องขำขันในบางเหตุการ และเป็นเรื่องที่เราต่อต้านในหลายเหตุการที่ชนชั้นของเราจะตีความมันใหม่ตาม จุดยืนของเรา ความแตกต่างของมันจึงอยู่ที่ว่าชนชั้นปกครองของประเทศไหนเป็นคนอย่างไรและ เป็นพวกก้าวหน้าหรือล้าหลัง และเมื่อเปลี่ยนการปกครองที่เน้นเจ้าเป็นใหญ่กลายเป็นคนสามัญเป็นหัวหน้า ประเทศแล้ว ประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ จะถูกตีความเขียนขึ้นใหม่ภายใต้จุดยืนที่เปลี่ยนไปของผู้ปกครองของประเทศว่า เป็นชนชั้นใด
ผมเคยอ่านประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนามและลาว หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นมหาชนรัฐ แน่นอนที่วิธีเขียนของเขาก็เป็นชาตินิยมเหมือนกัน แต่เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะในขณะที่องเชียงสือในประวัติศาสตร์ไทยและข้อมูลของฝรั่งเศสนั้นเป็นราช นิกูลฝ่ายธรรมะที่มาขอความช่วยเหลือจากกรุงรัตนโกสินทร์ให้ไปกู้บ้านกู้ เมืองจากพวกไตเซินที่เป็นกบฏต่อจักรพรรดิ กองทัพสยามที่ส่งไปช่วยนั้นถูกกลศึกฝังขวากกลางแม่น้ำทะลุจมเรือโดยพวกไต เซินจนพ่ายแพ้ย่อยยับในแม่น้ำแถบไซ่ง่อนทั้งกองทัพ จึงไปร่วมมือกับฝรั่งเศสจนเอาชนะพวกไตเซินได้ในที่สุด นี่เป็นวิธีคิดของไทยกับฝรั่งเศส แต่ในตำราประวัติศาสตร์เวียดนามยุคนี้นั้น องเชียงสือคือพวกขายชาติให้กับสยามก่อน เมื่อไม่ได้ผลก็เอาชาติไปขายให้กับฝรั่งเศสในยุคต่อมา และไตเซินคือวีรบุรุษชาวนาที่ต่อต้านการขายชาติขององเชียงสือ
หรือ เจ้าอนุวงษ์ที่สยามบอกว่าเป็นกบฏในกรณีท้าวสุรนารีนั้น สำหรับในตำราประวัติศาสตร์ลาวแล้ว เจ้าอนุวงษ์คือวีรบุรุษที่ลุกขึ้นสู้กอบกู้เอกราชลาวจากสยามจนสามารถบุกเข้า มาตีสยามได้ลึกถึงโคราช ก่อนจะพ่ายแพ้จนถูกจับมาทรมาณจนตายในบางกอก ซึ่งหนังสือประวัติศาสตร์อินโดจีนที่พวกฝรั่งเศสเขียนขึ้นเพื่อแยกสยามออก จากลาวนั้น เขาเขียนถึงพวกชนชั้นปกครองสยามเอาไว้ว่าป่าเถื่อนโหดร้ายทารุณอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีตีกรุงเวียงจันทร์ ปล้นฆ่าข่มขืนทารุนชาวลาว ก่อนเผาทิ้งกลายเป็นเมืองร้างอยู่หลายปี
ประวัติศาสตร์ไทยจะต้อง เปลี่ยนไปจากที่เด็กไทยต้องเรียนแน่ เมื่อจุดยืนทางการเมืองของผู้นำประเทศไทยเปลี่ยนไปจากพวกนิยมเผด็จการ ศักดินาอำมาตย์ แล้วเราจึงจะพอคุยกับประเทศเพื่อนบ้างอย่างมิตรสหายที่เคารพในเกียรติของกัน และกัน อย่างที่สุภาพบุรุษพึงมีต่อผู้อื่นและมิตรสหายได้
ไม่ ใช่พม่าก็เน้นมาตลอดว่าเป็นอภิมหาข้าศึก ทั้ง ๆ ที่กองทัพที่มาตีกรุงศรีอยุธยาแตกทั้งสองครั้งนั้นมีกองทัพจากทั้งพิษณุโลก และเมืองชายขอบอื่นอีกหลายเมืองที่เป็นคนไทยทั้งนั้นเป็นกำลังร่วมมาด้วย หรือบอกว่าลาวเขมรเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาของไทย ทั้ง ๆ ที่พระเข้าไชยเชษฐาแห่งลาวนั้นเคยเป็นกษัตริย์ทั้งเชียงใหม่และเวียงจันทร์ พร้อมกันมาแล้วด้วยซ้ำ ส่วนกรณียกทัพไปเผานครวัดในเขมรราบเป็นหน้ากลองกลายเป็นเมืองร้างหลายร้อยปี กลับบอกว่าเป็นการขยายอาณาเขตและไม่ยอมพูดว่า อยุธยานั้นได้ทำลายอารยธรรมที่รุ่งโรจน์ของสุวรรณภูมิด้วยการใช้กองทัพไป ปล้นชิงทำลายเผาผลาญเขา เรื่องพวกนี้พงศาวดารของไทยไม่ซื่อตรงหรอก เพราะได้ถูกต้มยำชำระโดยเชื้อพระวงศ์สำคัญ มีการตัดทิ้งไปเสียหลายตอนเพื่อแก้ต่างเชิดชูเกียรติยศให้พวกศักดินาตามที่ ถูกสั่งการมา เราจึงต้องเรียนประวัติศาสตร์ในวันนี้แบบนี้ ทั้งที่สมัยอยุธยานั้น เขาซื่อตรงต่อการจารึกของอาลักษณ์ในอดีตที่ผ่านอย่างมาก แม้อาลักษณ์จะต้องทำตามคำสั่งของกษัตริย์ก็ตาม แต่เขาก็จะพยายามไม่ไปยำพงศาวดารเดิมที่บรรพบุรุษเคยเขียนไว้เพราะกลัวการ สาปแช่งที่มักมีแฝงอยู่ตอนต้นพงศาวดารทุกเล่มสมุดไทย แถมมีกันหลายเล่ม หลายคนจดจารึกในเรื่องเดียวกัน ให้เลือกยอมรับตามใจคนอ่านอีกต่างหาก
No comments:
Post a Comment