ผมเข้าใจสิ่งที่พี่น้องเสื้อแดงหรือแกนนำเสื้อแดงหลายคน กังวลว่าคนเสื้อแดงจะแตกกัน กรณีการถวายฎีกาที่มีการวิพาร์กวิจารณ์มาก ผมเข้าใจที่กังวลครับ แต่คนเสื้อแดงเป็นขบวนการประชาชน ที่เกิดขึ้นจากการตื่นตัวของประชาชนเอง ดังนั้น สิ่งที่แกนนำจะต้องปรับตัวก็คือ ต้องฟังเสียงของมหาชนให้มากขึ้นนะครับ ว่าพวกเขามีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร เหมือนกับการฟังเสียงลูกค้า
อาจ มีข้อกังลว่าอาจมีการแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ ผมคิดว่าหากมีการแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ ก็ต้องมีการประสานกันในลักษณะของ Congress หรือสมัชชาครับ ผมคิดว่า คนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะเข้าใจและกำหนดทิศทางให้แกนนำแล้วว่าควรเดินไปทางไหน ด้งนั้น หากมีการแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ ของแกนนำ ผมว่าหากแกนนำนั้นแปลกแยกไปจากสิ่งที่คนเสื้อแดงต้องการ คนที่ตามเขาไปก็คงน้อยมาก หรือไม่มี
ตัวอย่างเช่น คนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์ ที่มีมากหมายหลายกลุ่ม รวมกันแล้วก็แตก แล้วก็มีการรวมกลุ่มกันอีก และมักแตกกันเสมอเสียด้วย แต่ผมก็ไม่เห็นว่าคนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์จะอ่อนแอลงแต่ประการใดครับ
ยุค แรกๆ ก็มีกลุ่มคนผ่านฟ้าฯ ต่อมาก็กลุ่มคนวันเสาร์ แล้วก็อีกมากมาย จนผมจำไม่ไหว แต่ผมก็ยังเห็นอุดมการณ์คนเสื้อแดงยิ่งหนักแน่นครับ
มี คนเคยเสนอให้มีการตั้งกลุ่มในโลกไซเบอร์เหมือนกัน แต่หลายๆ คนรวมทั้งผมเองก็ไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกว่ามันฝืนธรรมชาติของโลกไซเบอร์ที่มีกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยอยู่แล้ว สุดท้ายผมเคยเสนอให้รวมกันแบบ Congress ที่ประกอบด้วยกลุ่มย่อยต่าง ๆ แต่ในที่สุดก็ไม่เกิดขึ้น
แต่ผมก็เห็นกลุ่มต่างๆ ในโลกไซเบอร์พบปะกันเป็นประจำ ซึ่งมันก็เป็น Congress โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่มีใครเข้าครอบงำแต่ละกลุ่มได้ ผมเลยไม่ค่อยกังวลเรื่องกลุ่มแตก สลาย หรือเกิดกลุ่มใหม่ขึ้นมากนัก เพราะใครถนัดทำงานกับกลุ่มใด ก็ไปทำงานกับกลุ่มนั้น
เพราะแต่ละกลุ่มก็ไม่มีน้ำเลี้ยงอยู่แล้ว ตั้งกันขึ้นมาเอง ย่อมมีเสรีภาพที่จะรวมหรือสลายนะครับ
สำหรับ "สามเกลอ" ก็ควรเปิดรับฟังความเห็นของคนอื่นเพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้นแหละครับ เพราะบางคนเขาอึดอัดเขาก็อาจแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่
แต่ก็ยังเป็น "เสื้อแดง" รบกับอำมาตย์ อยู่เหมือนเดิมครับ
สำคัญคือ "ต้องลงคะแนนเลือก พรรคเพื่อไทย เท่านั้นแหละครับ จึงจะเป็น ยุทธศาสตร์สำคัญครับ
เพราะในที่สุดแล้ว "การเลือกตั้ง" ก็ยังเป็น "สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการได้อำนาจรัฐอยู่ ไม่ว่าฝ่ายอำมาตย์หรือเสื้อแดงครับ
ก็เพราะคนเสื้อแดงเป็นแบบนี้แหละครับ อำมาตย์ จึงยากที่จะสลายได้
กรณี พวกเสี้ยมทั้งหลายพยายามเสี้ยมให้คนเสื้อแดงสงสัยหรือไม่เชื่อมั่นในแกนนำ ผมคิดว่านั่นเป็นการคิดที่ตื่นเขินมาก ของกลุ่มอำมาตย์นะครับ เพราะเสื้อแดงรวมกันด้วย”อุดมการณ์ประชาธิปไตย" ไม่ใช่เกิดจาก "แกนนำไปปลุกระดมมวลชน" มา แต่เป็นมวลชนสร้างแกนนำของเขาขึ้นมา การพยายามเสี้ยมว่า แกนนำเป็นอย่างโน้น อย่าไว้ใจแกนนำ แกนนำไม่มีความจริงใจ ผมว่าเป็นการ "เล็งเป้าหมายที่ผิด" และเป็นยุทธวิธีที่ตื้นเขิน
และนี่คือข้อผิดพลาดที่ใหญ่หลวงของอำมาตย์หรือ กอ.รมน. นะครับ
ที่ จริงความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้เป็นการ “ต่อสู้ทางแนวคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน" สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องเอาชนะทางแนวคิดให้ได้ก่อนจึงจะสามารถเอาชนะสงครามทางการเมืองได้ หากเอาชนะทางความคิดไม่ได้ ก็ยากที่จะทำให้กลุ่มตรงข้ามทางการเมืองสลายไปได้
การทำลายแกนนำนั้น ไม่ได้ส่งผลให้กลุ่มเสือแดงสลายตัวไปแต่อย่างใด แกนนำเกิดขึ้นและตายไปได้ แต่อุดมการณ์และแนวคิดไม่ได้ตายไป จึงเกิดแกนนำใหม่ขึ้นเสมอ
สิ่งที่ อำมาตย์ทำกลายเป็น "สร้างคนเสื้อแดงให้มากขึ้น" เช่น ไล่บี้ทักษิณ ออกหมายจับแกนนำ สร้างระบบสองมาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยกระเทือนต่อขบวนการคนเสื้อแดง แต่เป็น "น้ำเลี้ยงให้เติบโต" ครับ เป็นปุ๋ยอย่างดีให้ขบวนการคนเสื้อแดงเติบโต
อุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบมวลชน กับแนวคิดอำมาตยาธิปไตย ผมว่าไม่ว่าสู้อย่างไรอำมาตย์ก็ไม่ชนะครับ
เขา อาจชนะตอนสงครามคอมมิวนิสต์ เลยคิดว่ายุทธวิธีต่างๆ จะได้ผล แต่เขาหารู้ไม่ว่าที่เขาชนะ ไม่ใช่เพราะ นโยบาย 66/23 แต่เป็นเพราะ "ขบวนการคอมมิวนิสต์ในระดับโลก แพ้ต่อทุนนิยมต่างหาก ซึ่งเราจะเห็นผลก็คือ กำแพงเบอร์ลินล่มสลายตามมา และสหภาพโซเวียตก็ล่มด้วย นั่นไม่ใช่ผลของนโยบาย 66/23 แต่อย่างใด นโยบาย 66/23 เป็นแค่ "สัญญาสันติภาพ" ของสงครามกลางเมืองไทยเท่านั้นเอง พวกอำมาตย์ไปยกย่อง over claim มากเกินไป
สรุปคือ เขาคิดว่าจะใช้ยุทธวิธีอย่างนั้นอีกในการต่อสู้กับ "ขบวนการประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมโลกาภิวัฒน์" โดยใช้อุดมการณ์แบบเทวราชา และระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง
ผมเห็นความพ่ายแพ้แต่ต้นแล้ว
ที่ยืนหยัดอยู่ได้เพราะก่อสร้างมานานต่างหาก ทำให้ล่มสลายไม่เร็วเท่านั้น แต่ก็ล่ม
จักรวรรดิ ที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังเสื่อมโทรมนั้น ไม่อาจล่มสลายในวันเดียว ถึงเสื่อมโทรมมันก็ยังมีพลังอยู่ในบางระดับ อย่าใจร้อน ถึงอย่างไร จักรวรรดิโบราณเทียบยุคอียิปต์ที่ฟาโรห์เป็นเทพเจ้านี้ อย่างไรก็อยู่ไม่ได้ในศตวรรษที่ 21
อาจ มีข้อกังลว่าอาจมีการแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ ผมคิดว่าหากมีการแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ ก็ต้องมีการประสานกันในลักษณะของ Congress หรือสมัชชาครับ ผมคิดว่า คนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะเข้าใจและกำหนดทิศทางให้แกนนำแล้วว่าควรเดินไปทางไหน ด้งนั้น หากมีการแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ ของแกนนำ ผมว่าหากแกนนำนั้นแปลกแยกไปจากสิ่งที่คนเสื้อแดงต้องการ คนที่ตามเขาไปก็คงน้อยมาก หรือไม่มี
ตัวอย่างเช่น คนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์ ที่มีมากหมายหลายกลุ่ม รวมกันแล้วก็แตก แล้วก็มีการรวมกลุ่มกันอีก และมักแตกกันเสมอเสียด้วย แต่ผมก็ไม่เห็นว่าคนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์จะอ่อนแอลงแต่ประการใดครับ
ยุค แรกๆ ก็มีกลุ่มคนผ่านฟ้าฯ ต่อมาก็กลุ่มคนวันเสาร์ แล้วก็อีกมากมาย จนผมจำไม่ไหว แต่ผมก็ยังเห็นอุดมการณ์คนเสื้อแดงยิ่งหนักแน่นครับ
มี คนเคยเสนอให้มีการตั้งกลุ่มในโลกไซเบอร์เหมือนกัน แต่หลายๆ คนรวมทั้งผมเองก็ไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกว่ามันฝืนธรรมชาติของโลกไซเบอร์ที่มีกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยอยู่แล้ว สุดท้ายผมเคยเสนอให้รวมกันแบบ Congress ที่ประกอบด้วยกลุ่มย่อยต่าง ๆ แต่ในที่สุดก็ไม่เกิดขึ้น
แต่ผมก็เห็นกลุ่มต่างๆ ในโลกไซเบอร์พบปะกันเป็นประจำ ซึ่งมันก็เป็น Congress โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่มีใครเข้าครอบงำแต่ละกลุ่มได้ ผมเลยไม่ค่อยกังวลเรื่องกลุ่มแตก สลาย หรือเกิดกลุ่มใหม่ขึ้นมากนัก เพราะใครถนัดทำงานกับกลุ่มใด ก็ไปทำงานกับกลุ่มนั้น
เพราะแต่ละกลุ่มก็ไม่มีน้ำเลี้ยงอยู่แล้ว ตั้งกันขึ้นมาเอง ย่อมมีเสรีภาพที่จะรวมหรือสลายนะครับ
สำหรับ "สามเกลอ" ก็ควรเปิดรับฟังความเห็นของคนอื่นเพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้นแหละครับ เพราะบางคนเขาอึดอัดเขาก็อาจแยกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่
แต่ก็ยังเป็น "เสื้อแดง" รบกับอำมาตย์ อยู่เหมือนเดิมครับ
สำคัญคือ "ต้องลงคะแนนเลือก พรรคเพื่อไทย เท่านั้นแหละครับ จึงจะเป็น ยุทธศาสตร์สำคัญครับ
เพราะในที่สุดแล้ว "การเลือกตั้ง" ก็ยังเป็น "สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการได้อำนาจรัฐอยู่ ไม่ว่าฝ่ายอำมาตย์หรือเสื้อแดงครับ
ก็เพราะคนเสื้อแดงเป็นแบบนี้แหละครับ อำมาตย์ จึงยากที่จะสลายได้
กรณี พวกเสี้ยมทั้งหลายพยายามเสี้ยมให้คนเสื้อแดงสงสัยหรือไม่เชื่อมั่นในแกนนำ ผมคิดว่านั่นเป็นการคิดที่ตื่นเขินมาก ของกลุ่มอำมาตย์นะครับ เพราะเสื้อแดงรวมกันด้วย”อุดมการณ์ประชาธิปไตย" ไม่ใช่เกิดจาก "แกนนำไปปลุกระดมมวลชน" มา แต่เป็นมวลชนสร้างแกนนำของเขาขึ้นมา การพยายามเสี้ยมว่า แกนนำเป็นอย่างโน้น อย่าไว้ใจแกนนำ แกนนำไม่มีความจริงใจ ผมว่าเป็นการ "เล็งเป้าหมายที่ผิด" และเป็นยุทธวิธีที่ตื้นเขิน
และนี่คือข้อผิดพลาดที่ใหญ่หลวงของอำมาตย์หรือ กอ.รมน. นะครับ
ที่ จริงความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้เป็นการ “ต่อสู้ทางแนวคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน" สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องเอาชนะทางแนวคิดให้ได้ก่อนจึงจะสามารถเอาชนะสงครามทางการเมืองได้ หากเอาชนะทางความคิดไม่ได้ ก็ยากที่จะทำให้กลุ่มตรงข้ามทางการเมืองสลายไปได้
การทำลายแกนนำนั้น ไม่ได้ส่งผลให้กลุ่มเสือแดงสลายตัวไปแต่อย่างใด แกนนำเกิดขึ้นและตายไปได้ แต่อุดมการณ์และแนวคิดไม่ได้ตายไป จึงเกิดแกนนำใหม่ขึ้นเสมอ
สิ่งที่ อำมาตย์ทำกลายเป็น "สร้างคนเสื้อแดงให้มากขึ้น" เช่น ไล่บี้ทักษิณ ออกหมายจับแกนนำ สร้างระบบสองมาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยกระเทือนต่อขบวนการคนเสื้อแดง แต่เป็น "น้ำเลี้ยงให้เติบโต" ครับ เป็นปุ๋ยอย่างดีให้ขบวนการคนเสื้อแดงเติบโต
อุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบมวลชน กับแนวคิดอำมาตยาธิปไตย ผมว่าไม่ว่าสู้อย่างไรอำมาตย์ก็ไม่ชนะครับ
เขา อาจชนะตอนสงครามคอมมิวนิสต์ เลยคิดว่ายุทธวิธีต่างๆ จะได้ผล แต่เขาหารู้ไม่ว่าที่เขาชนะ ไม่ใช่เพราะ นโยบาย 66/23 แต่เป็นเพราะ "ขบวนการคอมมิวนิสต์ในระดับโลก แพ้ต่อทุนนิยมต่างหาก ซึ่งเราจะเห็นผลก็คือ กำแพงเบอร์ลินล่มสลายตามมา และสหภาพโซเวียตก็ล่มด้วย นั่นไม่ใช่ผลของนโยบาย 66/23 แต่อย่างใด นโยบาย 66/23 เป็นแค่ "สัญญาสันติภาพ" ของสงครามกลางเมืองไทยเท่านั้นเอง พวกอำมาตย์ไปยกย่อง over claim มากเกินไป
สรุปคือ เขาคิดว่าจะใช้ยุทธวิธีอย่างนั้นอีกในการต่อสู้กับ "ขบวนการประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมโลกาภิวัฒน์" โดยใช้อุดมการณ์แบบเทวราชา และระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง
ผมเห็นความพ่ายแพ้แต่ต้นแล้ว
ที่ยืนหยัดอยู่ได้เพราะก่อสร้างมานานต่างหาก ทำให้ล่มสลายไม่เร็วเท่านั้น แต่ก็ล่ม
จักรวรรดิ ที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังเสื่อมโทรมนั้น ไม่อาจล่มสลายในวันเดียว ถึงเสื่อมโทรมมันก็ยังมีพลังอยู่ในบางระดับ อย่าใจร้อน ถึงอย่างไร จักรวรรดิโบราณเทียบยุคอียิปต์ที่ฟาโรห์เป็นเทพเจ้านี้ อย่างไรก็อยู่ไม่ได้ในศตวรรษที่ 21
No comments:
Post a Comment