Friday, September 11, 2009

จับอาวุธไม่ใช่คำตอบ

การสร้างกองกำลังติดอาวุธไม่ใช่ทางออกของคนเสื้อแดง

ใจ อึ๊งภากรณ์

แนว ทาง "ปฏิวัติ" ที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยแท้
ไม่ใช่การสร้างกองกำลังติดอาวุธ
แต่เป็นการเน้นการจัดตั้งมวลชนคนเสื้อแดงซึ่งมีจำนวนเป็นล้านๆ
เพื่อการร่วมกันพัฒนาความคิดผ่านกลุ่มศึกษาทางการเมือง
ร่วมกันสู้เพื่อทำลายความชอบธรรมของฝ่ายตรงข้ามผ่านการกระจายข่าวและความ
เห็น ร่วมกันประท้วงอำมาตย์ตามท้องถนนเมื่อโอกาสเหมาะ
ร่วมกันตั้งหน่ออ่อนของรัฐและโครงสร้างบริหารของฝ่ายเราในชุมชน
และตั้งองค์กรสงเคราะห์ต่างๆ แข่งกับฝ่ายรัฐอำมาตย์
มันหมายถึงการไม่ร่วมมือกับอำมาตย์
มันหมายถึงการนำทหารชั้นผู้น้อยและตำรวจมาเป็นพวก
รวมถึงการเข้าไปในสหภาพแรงงานและกลุ่มนักศึกษาทั่วประเทศ
มันหมายความว่าเราต้องการโค่นระบบปัจจุบันแบบถอนรากถอนโคนและนำระบบใหม่มา
ใช้ มันหมายถึงการฝึกฝนการคัดค้านรถถังของฝ่ายทหาร วิธียึดรถถัง
วิธีสร้างทางกั้นทหารตามถนน โดยให้มวลชนออกมาสกัดกั้นพร้อมๆ
กับการคุยกับทหารธรรมดา จุดสุดยอดคือ การลุกฮือทั่วประเทศในอนาคต
เมื่อเราพร้อม อย่างที่ผมได้เคยอธิบายไปแล้ว

มีเพื่อนคนหนึ่งวาดภาพว่าเราชาวเสื้อแดงล้านๆ คน
ต้องเป็นฝูงผึ่งที่รุมต่อยอำมาตย์อย่างไม่หยุดยั้ง
เขาใช้ปืนและรถถังกับฝูงผึ่งไม่ได้

ข้อเสียของการสร้างกองกำลังติดอาวุธ อย่างที่เคยทำสมัยพรรคคอมมิวนิสต์มีดังนี้

1. ขบวน การคนเสื้อแดงมีมวลชนหลายล้านคน ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดา
เป็นลูกจ้าง เป็นนักศึกษา เป็นแม่บ้าน เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย
เป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เป็นเกษตรกร ฯลฯ
เรามีความชอบธรรมเพราะเราเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม
ขบวนการคนเสื้อแดงมีลักษณะเด่นตรงที่คนตั้งกลุ่มกันเอง นำกันเอง
จากรากหญ้า มันคือขบวนการประชาธิปไตยที่แท้จริง
ถ้าจัดกองกำลังติดอาวุธเมื่อไร
ก็เท่ากับสร้างองค์กรลับของคนถืออาวุธไม่กี่คน
(ไม่เกินห้าหมื่นคนอย่างมากที่สุด) เป็นการหันหลังให้มวลชนเป็นล้านๆ
เพื่อยกภาระในการ "ปลดแอกเรา" ให้กับคนหยิบมือเดียว
มวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่จับอาวุธแบบนั้นไม่ได้
และจะไม่มีบทบาทหรือมีบทบาทรองจนหมดความสำคัญไป

2. การ ปิดลับแปลว่าไม่สามารถสร้างเวทีสมัชชาเปิดของคนเสื้อแดงเพื่อร่วมกันถกเถียง
แนวทางการต่อสู้ แนวทางจะถูกกำหนดโดยแกนนำลับ กลุ่มเล็กๆ
ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและไม่ถูกตรวจสอบโดยคนเสื้อแดง
เป็นการสั่งจากบนลงล่าง มันเป็นเผด็จการของคนส่วนน้อย
เผด็จการของคนส่วนน้อยสร้างประชาธิปไตยแท้ไม่ได้

3. บท เรียนจากประเทศจีนคือ
เมื่อกองทัพพรรคคอมมิวนิสต์เริ่มล้อมเมืองต่างๆ
จะไม่มีการปลุกระดมให้พลเมืองลุกขึ้นยึดเมือง
แต่จะมีการสั่งให้ทุกคนสงบเงียบอยู่กับที่และรอฟังคำสั่งจากกองทัพแดง
นั้นเป็นแนวที่ตรงข้ามกับการปฏิวัติโดยมวลชนจำนวนมาก ที่เคยมีในรัสเซีย
1917, อิหร่าน 1979, โปแลนด์ 1980 และในเวเนสเวลาปัจจุบัน
การปฏิวัติโดยมวลชนย่อมก่อให้เกิด "สภาคนงาน" และ "สภาชุมชน"
ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการนำของประชาชนเอง
แต่วิธีที่เน้นกองกำลังติดอาวุธเป็นวิธีทหารที่ไม่มีประชาธิปไตย
หรือที่แค่ "เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมบ้าง"
แต่พลังและความสร้างสรรค์ไม่ได้มาจากรากหญ้าเอง
สภาดังกล่าวที่ผมพูดถึงเกิดขึ้นใน รัสเซีย อิหร่าน โปแลนด์ และเวนเนสเวลา
และยังมีกรณี ชิลี 1973 อาเจนทีน่า ตอนประสบวิกฤตเศรษฐกิจ
และในโบลิเวียอีกด้วย

4. คน ที่เสนอการตั้งกองกำลังติดอาวุธอาจจริงใจ
แต่บ่อยครั้งเป็นการพูดเอามันเพื่อดูกล้าหาญเด็ดขาด
ในที่สุดมันเบี่ยงเบนประเด็นจากภาระอันยิ่งใหญ่ในการจัดตั้งมวลชนทางการ
เมือง เพื่อปฏิวัติมวลชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและจะต้องใช้เวลา

5. กอง กำลังติดอาวุธของฝ่ายเรา
ไม่มีวันปะทะกับกองกำลังของอำมาตย์อย่างตรงไปตรงมาได้
เขามีอาวุธครบมือที่เหนือกว่าเราเสมอ อันนี้เป็นบทเรียนจาก ไทย
ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ในกรณีเนปาล
สิ่งที่ชี้ขาดในที่สุดคือการลุกฮือในเมือง
และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาลไม่ต้องการเปลี่ยนสังคมอย่างถอนรากถอนโคนอีกด้วย
เพราะต้องการเอาใจนายทุนใหญ่
ส่วนแนวทางปฏิวัติมวลชนต้องอาศัยพลังและจำนวนของมวลชนเพื่อให้ทหารชั้น
ผู้น้อยเปลี่ยนข้าง

6. ถ้า ใช้กองกำลังติดอาวุธ เราขยายความคิดทางการเมืองยากขึ้น
เพราะเราต้องปิดลับ และที่สำคัญเมื่อเราเดินเข้าไปในชุมชนต่างๆ
ชาวบ้านชาวเมืองจะกลัวเราพอๆ กับฝ่ายทหารอำมาตย์ เพราะทั้งสองฝ่ายถือปืน
นี่คือบทเรียนจากพรรคคอมมิวนิสต์ไทย
และการต่อสู้กับรัฐไทยในสามจังหวัดภาคใต้

7. ถ้า คนที่เสนอแนวทางติดอาวุธ
ไม่อธิบายว่าเป้าหมายคืออะไรอย่างชัดเจน
ไม่อธิบายว่าประชาธิปไตยแท้คืออะไร ถ้าเขาชนะ
อาจเป็นแค่เปลี่ยนหัวชนชั้นปกครองโดยไม่มีการปฏิวัติก็ได้

8. ใน ประเทศที่เน้นการสร้างกองกำลังปลดแอก และกองกำลังนั้นชนะ
เช่นจีน เวียดนาม ลาว เขมร ซิมบาบวี คิวบา
ผลคือเผด็จการของพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้

ขอยืนยันว่าเราต้องเดินแนว "ปฏิวัติมวลชน โค่นอำมาตย์อย่างถอนรากถอนโคน"

11 กันยายน 2552

--
http://illinoisredshirts.blogspot.com/

No comments:

Post a Comment