Monday, November 2, 2009

ครบ3ปีสดุดีการลุกขึ้นสู้ภาคพลเมือง


Some History of Anti-coup---- source: Thaienews.  Also want to mention there was a petition online against the coup.  See   http://new.petitiononline.com/thaicoup/petition.html


http://thaienews.blogspot.com/2009/11/13.html

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(1พ.ย.):ครบ3ปีสดุดีการลุกขึ้นสู้ภาคพลเมือง



จากคนเสื้อดำยกระดับเป็นขบวนการคนเสื้อแดง-ใน เบื้องต้นภาคพลเมืองที่ออกมาต้านรัฐประหาร19กันยาฯพากันใช้สัญลักษณ์เสื้อดำ ไว้ทุกข์ให้ประเทศไทย และการ"เสียสละชีพ"ของนวมทอง ไพรวัลย์ แต่ต่อมาบก.ลายจุดได้กำหนดสัญลักษณ์เสื้อแดง เพื่อแสดงการต่อต้านไม่ยอมให้ผ่านรัฐธรรมนูญเผด็จการในเดือนสิงหาคม2550 โดยเริ่มใส่เสื้อแดงออกรณรงค์เป็นครั้งแรกเมื่อ5สิงหาคม2550 และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายต่อต้านเผด็จการ ทวงประชาธิปไตยสมบูรณ์นับแต่นั้น


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 วันนี้มารำลึกวีรประวัติการต่อสู้เบื้องแรกของภาคประชาชน ก่อนจะคลี่คลายขยายตัวมาเป็นเสื
้อแดงทั่วไทย ฝ่ายประชาธิปไตยทั่วมุมโลกอย่างที่เห็นกันเวลานี้***

***หลังรัฐประหาร19กันยายน คนแรกที่ออกมาต้องบันทึกเป็นเกียรติยศแก่ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร แต่เพราะมาน้อยเป็นวีรชนลุยเดี่ยว เลยโดนพวกมันหิ้วขึ้นรถตู้ไปเก็บที่เซฟเฮาส์ทันควัน***


***พอวันรุ่งขึ้น กลุ่มเครือข่าย19กันยาต้านรัฐประหาร ซึ่งเป็นการรวมตัวกันหลวมๆของนักกิจกรรมนักศึกษาเก่าค่ายธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ บวกกับบก.ลายจุด และอาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ ก็ พากันแต่งดำไปยกป้ายประท้วงที่ห้างแห่งหนึ่ง ไม่สนกฎอัยการศึกห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะไปกัน5คนพอดี แม้แต่การจัดชุมนุมที่สนามบอลธรรมศาสตร์ไปกันเป็นร้อย แต่ก็ซอยแบ่งเป็นวงละ5คน รวมแล้วก็ไม่เกิน5 ไม่ผิดกฎหมายเผด็จการ...นี่เป็นตำนานบทแรกของการลุกขึ้นสู้"ภาคพลเมือง"คือ ประท้วงแบบ"ดื้อแพ่ง"ต่อกฎเกณฑ์เผด็จการ***

***ต่อมาพวกคณะรัฐประหารก็สะดุ้งเฮือกไปมา แล้วหาว่าทักษิณมี"คลื่นใต้น้ำ"จะต่อต้านการรัฐประหาร แต่ก็ไม่เห็นโผล่ซักที มีกระทาชายนายหนึ่งโผล่มาจากรู ใช้ชื่อแฝงว่า"เตมูจิน" คุยคำเขื่องว่าจะระดมคนมาต้านคมช.เป็นหมื่น ฝ่ายประชาธิปไตยก็เห็นหน่วยก้านพอพึ่งพาได้ เลยโดดจะไปร่วม แต่ก็ออกอาการแปลกๆคือไปจัดแถลงข่าวที่โรงแรมรอยัลก็ให้พวกกองเชียร์ควักค่า ห้องประชุมแถลงข่าว ค่ากาแฟด้วย พอจะไปหา"บังสนธิ"หัวหน้าคณะรัฐประหารเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ก็ไม่องอาจมาดผู้นำการต่อต้าน หากแต่"กุมไข่"เข้าไป"ขอรับๆๆ"เป็นหลัก พอวันนัดหมายที่สนามหลวงที่ว่าจะมีคนขนมาเป็นหมื่นก็หาย นายเตมูจินเลยกลายเป็น"คลื่นใต้น้ำลวงโลก" บรรดากองเชียร์ก็เลยเลิกพึ่งพาอาศัย แล้วหันมาพึ่งตัวเองแทน***

***1 พฤศจิกายน 2549 หลังรัฐประหาร 19 กันยายนไม่นานนัก และหลังลุงนวมทอง ไพรวัลย์ " เสียสละ"ไป1วันเพื่อปลุกสังคมไทยให้ออกมาต้านเผด็จการและทวงประชาธิปไตย กลุ่มคนใส่ชุดดำก็ปรากฎตัวที่ท้องสนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์ มีเก้าอี้เล็กๆ1ตัว โทรโข่ง1อันไม่มีใครมีชื่อเสียงบิ๊กเนม เป็นผู้นำอะไรมาก่อนทั้งนั้น มีสิ่งเดียวคือหัวใจที่จะขับไสเผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตยคืนมา***

***เนื่องจากกลุ่มคนที่ไปรวมตัวต้านรัฐประหารที่สนามหลวงนี้เป็นคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ วันปกติต้องทำมาหากิน พอวันอาทิตย์เป็นวันfamily dayก็เลยนัดหมายเจอกันทุกวันเสาร์ นั่นคือปฐมบทของ"คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ" แกนนำก็ต้องหาชื่อแฝงไปก่อน จะสมศักดิ์ สมชาย สมหญิง หรือสุชาติก็ว่ากันไป และเนื่องจากเป็นภาคพลเมืองของแท้ไร้การจัดตั้งใดๆ ก็เปรียบเสมือนการต่อสู้ของชาว"บางระจัน" เพียงแต่บางระจันยุคนี้มันเป็นยุค"ไซออน"แล้ว ก็เลยกลายเป็นรหัสวงในว่า"บางไซ" พอนักข่าวมาถามแกนนำที่ถือโทรโข่งบนเวทีว่าชื่อแซ่อะไรไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาตอบไปว่า"ผมชื่อ สุชาติ ณ บางไซ" นักข่าวเลยส่งเข้าไปที่โรงพิมพ์เป็น"สุชาติ นาคบางไทร" ที่ไปที่มาจุดเริ่มต้นของคนวันเสาร์ก็ประมาณนี้แหละขอรับ***

***การต่อสู้ของภาคประชาชนเบื้องต้นก็ต้องบอกว่าใครคิดอะไรได้ก็ทำไป ดังที่ปรากฎว่าขณะที่"สุชาติ นาคบางไทร"กำลังเหยียบเก้าอี้หัวโล้นอยู่ท่ามกลางพี่น้องนับร้อยที่สนามหลวงนั้น ภายในธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์เองทางบก.ลายจุดและเครือข่าย19กันยาต้านรัฐประหารก็ รวมพลคนกลุ่มหนึ่งอยู่แถวสนามบอลธรรมศาสตร์แล้วพอได้ที่ก็เคลื่อนขบวนออกจาก ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์เพื่อไปประท้วงที่หน้ากองทัพบก ระหว่างเดินผ่านสนามหลวงที่สุชาติ นาคบางไทรกำลังยืนบนเก้าอี้ใช้โทรโข่งด่าคมช.นั้น ก็มีเสียงหนึ่งแทรกมาว่า"เฮ้ยๆนั่นใช่พวกเราพวกต้านรัฐประหารใช่มั๊ย เห็นใส่เสื้อดำเหมือนกัน"ทางฝ่ายที่กำลังเดินขบวนบอก"ใช่" พวกสนามหลวงก็ยุติการอภิปรายแล้วแห่เข้ามาร่วมเดินขบวนไปยังหน้ากองทัพบก คนตอนนั้นนับช่วยแล้วเต็มที่คือซัก 300 คนเห็นจะได้..แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นให้มีเสื้อแดงเรือนแสนเรือนล้านเป็นไฟลามทุ่งในเวลาต่อมา***

***นั่นเป็นการเดินขบวนหนแรกที่จัดการโดยเครือข่าย19กันยาต้านรัฐประหาร เป็นวันแรกที่เป็นจุดกำเนิดคนวันเสาร์ ทั้ง2กลุ่มหลอมรวมไปหน้ากองทัพบกโดยมิได้นัดหมาย และประการสำคัญทั้งที่ปลายฝนต้นหนาวแล้วก็ตาม พอขบวนเคลื่อนไปถึงหน้ากองทัพบก ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่ เปียกกันมะล้อกมะแล้กไปตามๆกัน ฝนยังอยู่คู่ฝ่ายประชาธิปไตยเรื่อยมา บางทีหลายครั้งก็มานอกฤดูหน้าตาเฉย! แต่ภาคประชาชนอย่างเครือข่าย19กันยาฯ และคนวันเสาร์ฯค่อยลดบทบาทลง เมื่อทัพหลวงอย่าง3เกลอเริ่มออกศึกในปีถัดมา...แต่เมื่อไหร่ที่ภารกิจเรียกร้อง แน่นอนว่า ภาคประชาชนไม่ได้ลี้กายสลายตัวไปไหน พวกเราจะกลับมา ด้วยวุฒิภาวะที่แกร่งกล้า ประสบการณ์ที่แกhttp://thaienews.blogspot.com/2009/11/13.htmlร่งกร้าน และยุทธวิธีที่จัดเจนขึ้นกว่าเมื่อแรก เป็นแน่***


***และควรบันทึกไว้เป็นวีรประวัติการต่อสู้ของภาคพลเมืองไทยด้วยว่า นับจากจุดเริ่มต้นการลุกขึ้นสู้ของภาคพลเมืองเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549แล้วต่อมาในวันที่ 5 สิงหาคม 2550 ก็เป็นครั้งแรกที่ภาคพลเมืองผู้เรียกร้องต้องการประชาธิปไตยพากันใส่"เสื้อแดง"ออก สู่ท้องถนนปรากฎต่อโลกเป็นครั้งแรก โดยจุดเริ่มต้นไอเดียมาจากใครยังต้องตามหาเพื่อให้"เครดิต"กันต่อไป แต่คนแรกที่กำหนดสีสัญลักษณ์และนำพาการรณรงค์คือบก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามอนงค์ โดยตอนนั้นฝ่ายอำมาตย์จะเข็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ2550ให้ผ่านจงได้ ฝ่ายประชาธิปไตยจึงใช้สัญลักษณ์สีแดง เหมือนกับ"ไฟแดง"ไม่ให้ผ่านออกมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ผลสรุปจบลงที่ฝ่ายอำมาตย์ใช้อำนาจทุกทางผ่านได้ฉิวเฉียด51:49% และสีแดงได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้อันสง่างามและมีเกียรตินับแต่นั้น(ในภาพเป็นเหตุการณ์เสื้อแดงครั้งแรกไปชุมนุมหน้าห้างสยาม:คลิ้กอ่านรายละเอียดข่าวนี้)



---
http://www.prachatai.com/journal/2007/08/13730

"แดงไม่รับ" มาตามนัดที่สยาม! รณรงค์ไม่รับ รธน.50

Sun, 2007-08-05 01:08


 



ภาพกิจกรรม 'แดงไม่รับ' ที่กรุงเทพมหานคร (ที่มา : ประชาไท)


 


ประชาไท - 5 ส.ค. 50 เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป มีการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ "แดงไม่รับ" เพื่อรณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 พร้อมกันใน 3 จังหวัด ตามที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ "บก.ลายจุด" ผู้ประสานงานกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ และหนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่นสอง นัดหมาย


 


โดยที่กรุงเทพมหานคร มีประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ประมาณเกือบหนึ่งพันคน นัดหมายสวมเสื้อแดง เสื้อบางตัวมีข้อความ "ไม่ร่วม ไม่ร่าง ไม่รับ รัฐธรรมนูญเผด็จการ" มารวมตัวกันบริเวณลานหน้าห้างสยามเซ็นเตอร์ ใกล้บันไดสถานีรถไฟฟ้าสยาม ตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางกันมาเรื่อยๆ ด้วยรถไฟฟ้า รถเมล์ รถแท็กซี่ และพาหนะส่วนตัว


 


เมื่อมาถึงผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งได้ช่วยกันเตรียมใบปลิว เอกสาร และโปสเตอร์รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วน หนึ่งได้นำเอกสารที่เตรียมแล้วไปแจกในย่านสยามสแควร์ ใต้บันไดทางลงรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยาม หน้าห้างสยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน แกนนำมีการปราศรัยผ่านโทรโข่ง และผู้ชุมนุมร่วมร้องเพลงปณิธานเสรีชน และตะโกนคำขวัญ "คมช.ออกไป" และไม่รับรัฐธรรมนูญเป็นระยะ


 


นายสมบัติ กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้จัดขึ้นพร้อมกัน 3 จังหวัด คือ กทม. เชียงใหม่ และเชียงราย และจะรณรงค์ทุกวันเสาร์ จนกว่าจะถึงวันลงประชามติ อย่างไรก็ตาม ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานราชการ เปิดโอกาสให้มีการรณรงค์อย่างเต็มที่ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีตำรวจ ทหาร และผู้นำท้องถิ่น ชี้นำไม่ให้ประชาชนใส่เสื้อสีแดงออกนอกบ้าน จึงถือว่าเป็นการลิดรอนจำกัดสิทธิ์ของประชาชน


 


นายสมบัติ กล่าวว่า "การรณรงค์ไม่เป็นความผิด ผมขอเชิญชวนให้ประชาชนพร้อมใจกันใส่เสื้อสีแดงไปลงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ส่วนการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง"


 


กระทั่งเวลา 13.30 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จึงประกาศเชิญชวนผู้ชุมนุมเดินรณรงค์แจกเอกสารชี้แจงเหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และก่อนการเดินอาสาสมัครของการชุมนุมได้ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมช่วยกันเก็บขยะบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ลซึ่งใช้เป็นที่นัดหมาย


 


จากนั้นมีการเดินแจกเอกสารไปตามฟุตบาท ใช้เส้นทาง ถ.พระรามที่ 1 เลี้ยว ซ้ายที่แยกราชประสงค์ เข้า ถ.ราชดำริ ผ่านหน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ล เกษรพลาซ่า บิ๊กซี ถึงแยกประตูน้ำ เลี้ยวซ้าย เข้าฟุตบาทด้าน ถ.เพชรบุรี ผ่านเดอะแพลทตินั่ม


 


ระหว่างการรณรงค์นายสมบัติ ปราศรัยผ่านโทรโข่งตอนหนึ่งว่า "วันนี้พี่น้องประชาชนและอาสาสมัคร ได้มาเดินรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ คมช. ต้องการสืบทอดอำนาจ และลดทอนอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจให้กับเหล่าอำมาตยาธิปไตยหรือข้าราชการ ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง ไม่รับร่างรับธรรมนูญฉบับ คมช. ในวันที่ 19 สิงหาคม นี้ โดยเราสวมเสื้อแดงในการรณรงค์ เอกสารต่างๆ ที่ท่านจะได้รับ จะอธิบายความทั้งหมด ที่เป็นเนื้อหาสาระหลักๆ ว่าเหตุใดเราไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้พ่อแม่พี่น้องช่วยกรุณารับเอกสารดังกล่าวไว้พิจารณา ศึกษา หากมีเหตุมีผล พอฟังได้ ขอเรียนเชิญ เข้าคูหากาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช."


 


โดยผู้ร่วมกิจกรรม "แดงไม่รับ" ไปสิ้นสุดการรณรงค์ที่ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ในเวลาประมาณ 15.30 น. และได้นัดหมายไปชุมนุมต่อที่ท้องสนามหลวง ก่อนสลายตัวอย่างสงบ


 


ขณะ ที่การชุมนุมของ นปก. เย็นนี้ พบว่ามีผู้ชุมนุมเข้าร่วมจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนกิจกรรมบนเวที มีการทำพิธีสาปแช่ง คมช. มีการเผาพริก เผาเกลือ และกรวดน้ำลงพื้นดิน ระบุว่า ขอให้ คมช.และผู้ที่ทำรัฐประหาร ได้รับเคราะห์กรรมจากการกระทำ และให้มีอันเป็นไป



 




 



ภาพกิจกรรม "แดงไม่รับ" ที่เชียงราย ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนท้องถิ่นจำนวนมาก


ที่มา (โชแปง http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5679051/P5679051.html)


 


นอกจากนี้ยังมีรายงานกิจกรรม "แดงไม่รับ" ในกรุงเทพฯ แล้วยังมีรายงานการจัดกิจกรรม "แดงไม่รับ" ในพื้นที่ 2 จังหวัดที่ยังมีประกาศกฎอัยการศึก คือ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงรายด้วย โดยที่ จ.เชียงราย มีรายงานว่ากลุ่มประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายหลายสิบคน ใส่เสื้อสีแดง รวมตัวกันที่บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเชียงราย โดยนั่งรวมกันเป็นกลุ่มในร้านอาหารเคเอฟซี และส่วนหนึ่งได้ไปรวมกลุ่มรับประทานอาหารกันที่ฟู๊ดเซ็นเตอร์ โดยเสื้อสีแดงที่ใส่นั้นสกรีนคำว่า "19 สิงหา ไม่รับรัฐธรรมนูญ 50"


 


นาย ปฏิภาณ อายิ ชาวอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า ทางกลุ่มไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจากมองว่าที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นมาอย่างไม่ชอบธรรม และไม่ได้มาจากระบบประชาธิปไตย การแสดงออกวันนี้เป็นการต่อต้านแบบอารยะขัดขืน ขณะที่นายคณิต บุญนสินีเกษม จากกลุ่ม "คนเจียงฮายฮักประชาธิปไตย" กล่าวว่าเป็นการแสดงออกอย่างสันติว่าเราไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550


 


ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำโดยพล.ต.กานน บุญริ้ว ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย และ พ.ต.อ.จรัญ เริงธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ได้นำกำลังทหาร-ตำรวจ เข้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ด้วย แต่ตัวแทนผู้ร่วมกิจกรรมได้เจรจากับเจ้าหน้าที่โดยรับปากว่า การเคลื่อนไหวจะไม่มีการเปิดปราศรัย เพียงแต่จะนั่งรับประทานอาหารเท่านั้น พร้อมรับปากว่าหากมีการเคลื่อนไหวในครั้งต่อไปจะมีการติดต่อให้เจ้าหน้าที่ ทราบก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็อนุญาตและเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.15 น. ผู้ชุมนุมจึงสลายตัวไป


 


นาย คณิต บุญนสินีเกษม กล่าวว่า พวกเขาเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารร่วมรับประทานไก่ทอดร่วมกัน แต่ถูกปฏิเสธ โดยทหาร ตำรวจเหล่านั้นเตรียมอาหารกล่องมาด้วย


 


ขณะ ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ห้างเซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่ มีความพยายามเคลื่อนไหวในลักษณะของการนัดรวมตัวกันใส่เสื้อสีแดงเพื่อ แสดงออกถึงการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน โดยมีการนัดรวมตัวกันที่บริเวณร้าน KFC อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ภายในร้านเคเอฟซี มีทหารและตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปนั่งอยู่ด้วย ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมในร้านประมาณ 20 คน และผู้เตรียมร่วมกิจกรรม แต่อยู่ภายนอกร้านรีบสลายตัว


 



ภาพกิจกรรม "แดงไม่รับ" ที่เชียงใหม่ ซึ่งจัดกิจกรรมได้ไม่นานก็ต้องสลายตัว


ที่มา (or_risk http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5679745/P5679745.html)


 


ต่อ มา เจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้าไปในโรงแรมวโรรสแกรนพาเลซ หลังวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่หารือของแกนนำในจังหวัด และเข้าไปยึดเสื้อ ซีดี และโปสเตอร์รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญด้วย


 


นายเพชรวรรต วัฒนะพงศ์ศิริกุล แกนนำ "กลุ่มคนเหนือรักประชาธิปไตย" ซึ่ง เป็นเจ้าของโรงแรมดังกล่าว กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารถือวิสาสะเข้าไปค้นโรงแรมดังกล่าว ทั้งที่เขาไม่ใช่พวกก่อกวน แต่จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่ามีผลเสียอย่างไร โดยที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถจัดรณรงค์โฆษณาให้รับร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาได้ เต็มที่ แต่ทำไมพวกเราใส่ชุดแดงรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจึงกลับมีความผิดตามกฎ อัยการศึก ทั้งนี้นายเพชรวรรตได้กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารพยายามจะควบคุมตัวสมาชิกกลุ่ม ที่หารือกันอยู่ในโรงแรมอีกด้วย แต่ไม่สำเร็จ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: 

No comments:

Post a Comment