วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7167 ข่าวสดรายวัน
2 กู้ภัยเปิดใจในวัด เล่า6ศพให้พระฟัง โชว์หมายเรียกศอฉ.
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
เสถียร ท้วมจันทร์ เรื่อง/ภาพ
แม้เหตุการณ์สลายการชุม นุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่บริเวณแยกราชประสงค์จะยุติไปร่วม 2 เดือนแล้ว แต่ผลกระทบจากสถานการณ์ยังดำรงอยู่
เหยื่อของเหตุการณ์ ถูกคุกคามไล่ล่าในลักษณะต่างๆ บางคนถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกหมายเรียกจนขวัญผวาไปตามๆ กัน
แม้พยายามร้องขอความเป็นธรรม
แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อบ่ายวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ศาลาพระนเรศวร วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี คณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดการเสวนาในหัวข้อ "พุทธมีภัย ไทยจะอยู่ได้ฤๅ" โดยมีพระมหาโชว์ ทัสสนีโย เป็นผู้ดำเนินรายการ มีพระภิกษุสนใจเข้าฟังจำนวนมาก
พระภิกษุที่ถูกจับกุมและมัดมือในวันสลายม็อบก็ได้เดินทางมาร่วมงานและเล่าเหตุการณ์ และกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมงานกว่า 3,000 คน
พระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ปาฐกถานำว่า ศาสนาใดก็ตาม ล้วนต้องการมุ่งเน้นให้ทุกคนเป็นคนดี โดยมีหลักคำสอนที่แตกต่างกัน แต่มีความหมายให้ทุกคนเป็นคนดีโดยมีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไปเท่านั้น คนเราจะทำสิ่งใดขอให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริงเท่านั้นก็จะประสบผลสำเร็จ
ปัจจุบันพระพุทธศาสนาเสื่อมลง โลกวุ่นวาย คนในชาติเดือดร้อน เพราะขาดพระอรหันต์ ซึ่งหมายความว่าคนไม่สุจริตใจ คนไม่สะอาด การเมืองไม่สะอาด ทุกอย่างไม่สะอาด เท่า กับไม่มีอรหันต์
แต่ถ้าคนสะอาด การเมืองสะอาด ทุกอย่างสะอาด ที่นั้นจะมีพระอรหันต์ และทุกอย่างจะสงบ
สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันเหมือนสมัยกรุงศรีอยุธยาแตก มีแต่คนแย่งกันเป็นใหญ่ เชื่อมกันไม่ติดตัวใครตัวมัน เพราะคนยังขาดความสุจริตใจ การเมืองก็ยังขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรม นั้นคือ การขาดพระอรหันต์เช่นกัน
วงเสวนาเงียบกริบ เมื่อนายวสันต์ หรือเก่ง สายรัศมี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ หนึ่งในทีมอาสาพยาบาลที่ติดอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม ได้เล่าถึงเหตุการณ์สลด เมื่อวันสลายม็อบแดง 19 พ.ค.
นายวสันต์กล่าวว่า ตนเองเป็นอาสาสมัครที่เข้ามาทำหน้าที่โดยไม่มีผลตอบ แทนใดๆ นอกจากทำงานด้วยใจ สิ่งที่เกิดขึ้น ทุกคนต้องจดจำ มีรุ่นพี่คนหนึ่งต้องมาเสียชีวิตเพราะเข้าไปช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จัก แล้วต้องจบชีวิตต่อหน้าเพื่อนกู้ชีพด้วยกัน
ผลจากวันนั้น มีผมคนเดียวในบรรดากู้ชีพที่ถูกหมายเรียกจากศอฉ. นำไปติดไว้ที่หน้าบ้านตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ให้ไปรายงานตัวในวันที่ 18 มิถุนายน
ชีวิตต้องเปลี่ยนไป จากคนที่เคย อยู่กับลูกเป็นเสาหลักของบ้าน ดูแลทุกคนในบ้าน พอถูกหมายเรียก ชีวิตไม่เป็นสุข ไม่ได้ไปหาลูกเลยซักวันเดียว ถามว่าผมทำอะไรผิดแค่ไปช่วยเหลือประชาชน
ทุกวันนี้ผมอยู่ไม่เหมือนคนปกติ อยู่เหมือนโจร ทำได้เพียงอย่างเดียวคืออยู่เฉยๆ นิ่งๆ ดูแลตัวเอง แต่ที่ทำไม่ได้คือไปหายายดูแลยายไม่ได้ เลยไม่เข้าใจว่าเป็นกู้ชีพแล้วต้องเป็นผู้ก่อการร้ายหรือ ทหารที่ถูกยิงก็เข้าไปช่วยเหลือ ไม่เคยแบ่งแยกแม้แต่ประชาชนด้วยกัน นั้นคือความสำนึกในหน้าที่ และมีความสุขที่ได้ ช่วยเหลือชีวิตคน
ทุกวันนี้ขอยืนยันจะไม่เข้าไปรายงานตัวเพราะไม่มีความผิด และภูมิใจที่เกิดมาตรงนี้และจะสู้เพื่อเอาความยุติธรรมกลับมาให้เพื่อนที่เสียชีวิตและตัวผมด้วย
นายวสันต์เล่าว่า ส่วนน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสาอีกคนที่เสียชีวิต เจอกันโดยบังเอิญ มาอยู่ร่วมกันในเต็นท์พยาบาล ยืนคุยกับน้องภายในเต็นท์ไม่ถึง 10 นาทีบอกให้เขาดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเป็นอะไรถ้าพี่ช่วยได้ก็จะช่วย แต่สุดท้ายก็โดนยิงเสียชีวิตในเต็นท์พยาบาล
น้องกอล์ฟอีกคน ที่เข้ามาร่วมการชุมนุม เขาเดินมาบอกขออยู่ช่วยที่เต็นท์พยาบาลได้ไหม จึงตอบได้ ในเมื่อเขารักที่จะทำงานช่วยเหลือคนอื่น แต่น้องเขาถูกยิงนอนดิ้นโดยที่ไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือได้เลย
ผมพยายามทำทุกอย่างตามที่เรียนมา สุดท้ายน้องกอล์ฟต้องเสียชีวิตคามือ ทั้งที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งอยู่เยื้องกับวัด ไม่มีใครสามารถนำร่างของน้องไปส่งโรงพยาบาลได้ ผมพยายามวิ่งออกไปเพื่อจะพาน้องไปโรงพยาบาล
แต่เจอกับเสียงปืนที่ยิงเข้ามา
ส่วนนายกฤษณา ศรีสดชุ่ม หนึ่งในเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เห็นเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยโดนยิงต่อหน้าต่อตา ทั้งๆ ที่โชว์บัตรเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้คนเหล่านั้นดูแล้ว แต่โดนยิงซ้ำจนเสียชีวิต
ภาพที่ปรากฏเห็นเพื่อนเจ็บอยู่ตรงหน้า แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ แถมมาถูกคุกคามหลายอย่างจนไม่สามารถอาศัยอยู่กับครอบครัวได้เป็นปกติ และต้องประสบปัญหาเดียวกับเก่ง คือพยายามหาที่หลบเพื่อความปลอดภัย เหมือนคนไม่มีอนาคต ไม่รู้จะทำอะไรเพราะถูกหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
ทั้งๆ ที่ตัวเองทำหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดให้มีชีวิต
กลายเป็นผู้ก่อการร้ายมีหมายจับติดตัว !!!
หน้า 2
2 กู้ภัยเปิดใจในวัด เล่า6ศพให้พระฟัง โชว์หมายเรียกศอฉ.
คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
เสถียร ท้วมจันทร์ เรื่อง/ภาพ
![]() |
เหยื่อของเหตุการณ์ ถูกคุกคามไล่ล่าในลักษณะต่างๆ บางคนถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกหมายเรียกจนขวัญผวาไปตามๆ กัน
แม้พยายามร้องขอความเป็นธรรม
แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อบ่ายวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ศาลาพระนเรศวร วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี คณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จัดการเสวนาในหัวข้อ "พุทธมีภัย ไทยจะอยู่ได้ฤๅ" โดยมีพระมหาโชว์ ทัสสนีโย เป็นผู้ดำเนินรายการ มีพระภิกษุสนใจเข้าฟังจำนวนมาก
พระภิกษุที่ถูกจับกุมและมัดมือในวันสลายม็อบก็ได้เดินทางมาร่วมงานและเล่าเหตุการณ์ และกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมงานกว่า 3,000 คน
พระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ปาฐกถานำว่า ศาสนาใดก็ตาม ล้วนต้องการมุ่งเน้นให้ทุกคนเป็นคนดี โดยมีหลักคำสอนที่แตกต่างกัน แต่มีความหมายให้ทุกคนเป็นคนดีโดยมีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไปเท่านั้น คนเราจะทำสิ่งใดขอให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริงเท่านั้นก็จะประสบผลสำเร็จ
![]() |
ปัจจุบันพระพุทธศาสนาเสื่อมลง โลกวุ่นวาย คนในชาติเดือดร้อน เพราะขาดพระอรหันต์ ซึ่งหมายความว่าคนไม่สุจริตใจ คนไม่สะอาด การเมืองไม่สะอาด ทุกอย่างไม่สะอาด เท่า กับไม่มีอรหันต์
แต่ถ้าคนสะอาด การเมืองสะอาด ทุกอย่างสะอาด ที่นั้นจะมีพระอรหันต์ และทุกอย่างจะสงบ
สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันเหมือนสมัยกรุงศรีอยุธยาแตก มีแต่คนแย่งกันเป็นใหญ่ เชื่อมกันไม่ติดตัวใครตัวมัน เพราะคนยังขาดความสุจริตใจ การเมืองก็ยังขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรม นั้นคือ การขาดพระอรหันต์เช่นกัน
วงเสวนาเงียบกริบ เมื่อนายวสันต์ หรือเก่ง สายรัศมี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ หนึ่งในทีมอาสาพยาบาลที่ติดอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม ได้เล่าถึงเหตุการณ์สลด เมื่อวันสลายม็อบแดง 19 พ.ค.
นายวสันต์กล่าวว่า ตนเองเป็นอาสาสมัครที่เข้ามาทำหน้าที่โดยไม่มีผลตอบ แทนใดๆ นอกจากทำงานด้วยใจ สิ่งที่เกิดขึ้น ทุกคนต้องจดจำ มีรุ่นพี่คนหนึ่งต้องมาเสียชีวิตเพราะเข้าไปช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จัก แล้วต้องจบชีวิตต่อหน้าเพื่อนกู้ชีพด้วยกัน
ผลจากวันนั้น มีผมคนเดียวในบรรดากู้ชีพที่ถูกหมายเรียกจากศอฉ. นำไปติดไว้ที่หน้าบ้านตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ให้ไปรายงานตัวในวันที่ 18 มิถุนายน
![]() |
ชีวิตต้องเปลี่ยนไป จากคนที่เคย อยู่กับลูกเป็นเสาหลักของบ้าน ดูแลทุกคนในบ้าน พอถูกหมายเรียก ชีวิตไม่เป็นสุข ไม่ได้ไปหาลูกเลยซักวันเดียว ถามว่าผมทำอะไรผิดแค่ไปช่วยเหลือประชาชน
ทุกวันนี้ผมอยู่ไม่เหมือนคนปกติ อยู่เหมือนโจร ทำได้เพียงอย่างเดียวคืออยู่เฉยๆ นิ่งๆ ดูแลตัวเอง แต่ที่ทำไม่ได้คือไปหายายดูแลยายไม่ได้ เลยไม่เข้าใจว่าเป็นกู้ชีพแล้วต้องเป็นผู้ก่อการร้ายหรือ ทหารที่ถูกยิงก็เข้าไปช่วยเหลือ ไม่เคยแบ่งแยกแม้แต่ประชาชนด้วยกัน นั้นคือความสำนึกในหน้าที่ และมีความสุขที่ได้ ช่วยเหลือชีวิตคน
ทุกวันนี้ขอยืนยันจะไม่เข้าไปรายงานตัวเพราะไม่มีความผิด และภูมิใจที่เกิดมาตรงนี้และจะสู้เพื่อเอาความยุติธรรมกลับมาให้เพื่อนที่เสียชีวิตและตัวผมด้วย
นายวสันต์เล่าว่า ส่วนน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสาอีกคนที่เสียชีวิต เจอกันโดยบังเอิญ มาอยู่ร่วมกันในเต็นท์พยาบาล ยืนคุยกับน้องภายในเต็นท์ไม่ถึง 10 นาทีบอกให้เขาดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเป็นอะไรถ้าพี่ช่วยได้ก็จะช่วย แต่สุดท้ายก็โดนยิงเสียชีวิตในเต็นท์พยาบาล
น้องกอล์ฟอีกคน ที่เข้ามาร่วมการชุมนุม เขาเดินมาบอกขออยู่ช่วยที่เต็นท์พยาบาลได้ไหม จึงตอบได้ ในเมื่อเขารักที่จะทำงานช่วยเหลือคนอื่น แต่น้องเขาถูกยิงนอนดิ้นโดยที่ไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือได้เลย
ผมพยายามทำทุกอย่างตามที่เรียนมา สุดท้ายน้องกอล์ฟต้องเสียชีวิตคามือ ทั้งที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งอยู่เยื้องกับวัด ไม่มีใครสามารถนำร่างของน้องไปส่งโรงพยาบาลได้ ผมพยายามวิ่งออกไปเพื่อจะพาน้องไปโรงพยาบาล
แต่เจอกับเสียงปืนที่ยิงเข้ามา
ส่วนนายกฤษณา ศรีสดชุ่ม หนึ่งในเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เห็นเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยโดนยิงต่อหน้าต่อตา ทั้งๆ ที่โชว์บัตรเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้คนเหล่านั้นดูแล้ว แต่โดนยิงซ้ำจนเสียชีวิต
ภาพที่ปรากฏเห็นเพื่อนเจ็บอยู่ตรงหน้า แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ แถมมาถูกคุกคามหลายอย่างจนไม่สามารถอาศัยอยู่กับครอบครัวได้เป็นปกติ และต้องประสบปัญหาเดียวกับเก่ง คือพยายามหาที่หลบเพื่อความปลอดภัย เหมือนคนไม่มีอนาคต ไม่รู้จะทำอะไรเพราะถูกหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
ทั้งๆ ที่ตัวเองทำหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดให้มีชีวิต
กลายเป็นผู้ก่อการร้ายมีหมายจับติดตัว !!!
หน้า 2



No comments:
Post a Comment