
พ่อฉัน(เสื้อแดง)"หนีตาย"ถูก"ไล่ล่า"
โดย ชฎา ไอยคุปต์
น.ส.อินทิรา สาระเนียม อายุ 27 ปี คนเสื้อแดงที่เคยจัดพิธีวิวาห์กลางท้องสนามหลวง มีพ่อเป็น "คนเสื้อแดงตัวพ่อ" ผู้มีอุดมการณ์แรงกล้าถึงขนาดติ๊กสติ๊กเกอร์บนรถแท็กซี่ประณามคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ให้ออกไปและต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบจนรถแท็กซี่ถูกเผา และยังเป็นแนวร่วมรุ่นแรกที่ออกมาต่อต้านร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประธิปไตยต่อต้านเผด็จการ(นปก.)ตั้งแต่สนามหลวง ก่อนจะเป็นกลุ่มแนวร่วมประธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ราชประสงค์
"ทุกครั้งที่มีการออกมาชุมนุมไม่ว่าจะเป็นที่ไหนเมื่อไหร่พ่อจะไปร่วมทุกครั้งแม้จะไม่มีกินก็ไปร่วมขับรถแท็กซึ่ไปจอดขวางอยู่แนวหน้า ขนาดวันที่รถถูกเผาไม่มีเงินพ่อเดินเท้าจากถนนเจริญกรุงไปที่สนามหลวง แต่ผลของการร่วมชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตยกลับถูกตามไล่ล่า" น.ส.อินทิรา พูดถึงผู้เป็นพ่อด้วยความภูมิใจ
น.ส.อินทิรา บอกว่า หลังจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่วันที่ 19 พ.ค.มีตำรวจนอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย มาที่บ้านถามหาพ่อพร้อมกับนำหมายค้นมาด้วยแต่ไม่พบ เพราะพ่อไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ตั้งนานแล้ว และไม่มีใครทราบว่าพ่อหายไป
"เจ้าหน้าที่เข้ามาถ่ายรูปที่บ้านและเห็นเสื้อแดงของฉันพาดอยู่เขาให้ฉันสวมเสื้อแดงเพื่อจะได้ถ่ายรูปส่งนายแต่ดิฉันก็ถามกลับว่า มันถูกต้องแล้วหรือไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาใส่ ถ้าเป็นเสื้อแดงแล้วมันผิดกฎหมายใช่ไหม อย่างนั้นต้องตามไปจับให้หมดทุกคนเลย"
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่บ้านไม่เคยสงบเลย ยังคงมีโทรศัพท์โทรเขามาเช็คอยู่เรื่อยๆ ขนาดบ้านอาที่ราชบุรี นามสกุลเดียวกับพ่อยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่หน้าบ้านถามหาพ่อ และมีโทรศัพท์ให้น้องชายไปรายงานตัวเป็นทหารกองเกินที่ราชบุรี ซึ่งน้องชายเรียน รด. แล้วยังบอกอีกว่าหากไม่มาให้พ่อมาแทนได้ ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับพ่อ คือ หลังเหตุการณ์เสื้อแดงที่ราชประสงค์สลายตัวไปแล้ว พ่อโทรมาบอกสั้นๆว่า "ป๊าหนีตาย แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ป๊ารอดแล้ว"
ลูกสาวแท็กซี่เสื้อแดง เล่าว่า พ่อพาไปร่วมชุมนุมประท้วงตั้งแต่อายุยังไม่ 10 ขวบเต็มตั้งแต่สมัยที่ใช้ขวดเคาะพื้นและยังได้อยู่ร่วมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ วันที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมืองถูกจับกุม วันนี้จึงได้เดินออกจากบ้านแถวประตูผีใกล้กับสะพานผ่านฟ้าลีลาศตามหาพ่อ ตอนนี้มีเสียงปืนดังมากคนเริ่มแตกตื่นวิ่งหนีเข้ามาทางวัดราชนัดดารามวรวิหารล้มลงทหารวิ่งมาทันถือปืนเหยียบหลังไว้จำภาพนั้นได้แม่นยำมาก
"ภาพในอดีตที่วันนี้ได้ย้อนกลับมาใหม่เมื่อครั้งเหตุการณ์เดือนเมษายน 2551 ตอนนั้นอุ้มท้องได้เดือนกว่าต้องวิ่งหนีเสียงแก๊สระเบิดหนีเพลิงไหม้รถเมล์ที่จอดวางเป็นชั้นเสียงดังตูมตาม กระทั่งเมษายน-พฤษภาคม 2553 ภาพความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนพ่อต้องหนีตายขนาดนี้เชื่อว่า รัฐบาลนี้กัดไม่ปล่อยแน่ "
"ตอนนี้ทางบ้านกลัวมากเพราะว่าที่บ้านแม่เป็นคนจีนต้องทำมาหากินไม่อยากยุ่งการเมืองแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ ส่วนพ่อคงไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วมาถึงขั้นนี้เพราะพ่อคงไม่ยอมแพ้และเชื่อว่าพ่อยังคงต่อสู้ไปตามอุดมการณ์ของพ่อที่อาจจะรุนแรงแต่ก็ไม่เคยทำร้ายและทำลายใคร"
นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของผู้ชุมนุมระดับชาวบ้านที่ไม่ใช่แกนนำ
No comments:
Post a Comment