Tuesday, August 17, 2010

อดัม คาเฮนเสนอบันได3ขั้น18เดือนปรองดอง

http://www.komchadluek.net/detail/20100817/70201/อดัมคาเฮนเสนอบันได3ขั้น18เดือนปรองดอง.html


อดัม คาเฮนเสนอบันได3ขั้น18เดือนปรองดอง

คมชัดลึก : “อดัม คาเฮน” เสนอบันได 3 ขั้น 18 เดือน ปรองดอง “ภาคปชช.” รับลูกตั้งกก.ถาวร 1 ชุด หลอมทุกสี “รวมเป็นหนึ่ง” เสนอเชิญ "ทักษิณ-สนธิ" เจรจา


(17ส.ค.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีสัมมนาหัวข้อ “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน” นายอดัม คาเฮน ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการประสานงาน เพื่อแก้ปัญหาสังคม สมาชิกสถาบันเพื่อวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและสังคม แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เป็นวิทยากรรับเชิญ โดยมีผู้นำภาคส่วนต่างๆของไทยทั้งภาคการเมืองและเอกชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม นักพัฒนาอาวุโส นายวันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย นักการตลาด นายสมชาย หอมละออ กรรมการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.)

 นายอดัม กล่าวว่า จากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนหลายกลุ่มในประเทศไทย ต่างยอมรับตรงกันว่า ไม่คุ้นเคยกับปัญหาในขณะนี้ จึงมีความสับสนและกังวลไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งการแก้ปัญหาต้องสร้างความเชื่อใจ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มต่างๆมีพันธะร่วมกัน อาจจะให้ผู้นำทางความคิดแต่ละกลุ่มได้เข้าร่วมสัมมนาพร้อมๆกันครั้งละ 4 วันให้ได้คุยเป็นการภายใน แต่ไม่ใช่การคุยกันในห้องควรจะไปพูดคุยในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง ระหว่างนั้นก็ต้องมีการทำวิจัย วิเคราะห์ปัญหารองรับด้วย โดยตั้งเป็นคณะกรรมการถาวร ประมาณ 25-35 คน ศึกษาอย่างรอบด้านด้วยการสร้าง Scenarios (จำลองสถานการณ์) เพื่อให้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง คาดว่าจะใช้เวลา 18 เดือน จึงจะได้ข้อสรุป โดยเริ่มจาก 1 .เปิดพื้นที่ให้มีการประชุมใช้เวลา 2 เดือน 2 .จำลองสถานการณ์อนาคตร่วมกันใช้เวลา 6 เดือนและ 3 .เริ่มทำข้อเสนอเพื่อการปฏิบัติ 1 ปี ระหว่างนั้นควรตั้งกองทุนขนาดเล็กขึ้นเพื่อให้แผนงานได้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอดัม นำเสนอแนวคิดแล้วผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง โดยนายโภคิน แสดงความเห็นว่า ปัญหาวันนี้คือไม่มีใครฟังใคร ทุกคนอยากพูดและฟังในสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น ต่างฝ่ายจึงคิดว่าตัวเองถูกและอีกฝ่ายผิดอยู่เสมอ ดังนั้นเห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อเริ่มต้นแก้ปัญหา นายวันชัย กล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลจากคนที่เดินทางไปมาเลเซียว่าเขามีโครงการ “วัน มาเลเซีย” เป็นการรวมพลังเพื่อสร้างให้มาเลเซียซึ่งมีความหลากหลายสูงทางด้านเชื้อชาติศาสนาให้เป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นขอเสนอให้ประเทศไทยทำโครงการ “วันไทยแลนด์” ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายให้ทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้งรวมพลังกันสร้างชาติ ขณะที่นายชัยวัฒน์ ถิรพันธ์ นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน เสนอว่าควรที่จะเจรจากับผู้นำทางความคิดทุกสีไม่ว่าจะเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสนธิ ลิ้มทองกุล และระดับรองลงไปให้อยู่ในสถานที่แห่งเดียวกันในต่างจังหวัดติดต่อกันเพื่อให้ซึมซับความเป็นมนุษย์ของกันและกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงสัมมนาเริ่มถกเถียงกันหนักหน่วงขึ้นเมื่อนายนิกร จำนง อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ได้นำเสนอแนวคิดว่า สภาพสังคมขณะนี้ประชาชนแบ่งกันอยู่เป็นเกาะ ไม่มีสะพานเชื่อมเข้าหากันแม้จะมีกรรมการขึ้นมาหลายชุดแต่ประชาชนก็ไม่เชื่อใจเพราะถือว่าเป็นของรัฐบาล เกาะต่างๆจึงหาสะพานเชื่อมเข้าหากันไม่ได้ ถ้าจะทำให้เชื่อมได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี ทำให้นายปณิธาน โต้แย้งว่ากรรมการชุดต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมีความเป็นอิสระจากรัฐบาล เป็นการทำงานโดยเครือข่ายประชาชน และยืนยันว่าเจตนาของรัฐบาลคือการพยายามสร้างสะพานเชื่อมเกาะทุกเกาะให้เข้าหากันให้ได้มากที่สุด

 ขณะที่ผู้แทนจากสถาบันคลังสมองได้นำเสนอผลการศึกษาหัวข้อ “ภาพอนาคตประเทศไทย 2662 ” ซึ่งมาจากแการระดมสมองจากบุคคลจำนวนมาก แบ่งได้เป็น 3 ภาพ ได้แก่ 1 .”เกาเหลาไม่งอก” เป็นภาพอนาคตที่สะท้อนถึงความขัดแย้งและความรุนแรงของคนในสังคมทั้งมาจากความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันของคนในชาติซึ่งสั่งสม และหยั่งรากอยู่ในจิตใจมาเป็นเวลาช้านานจนไม่อาจหันหน้าเข้าหากันเพื่อพูดคุยกันได้ แม้จะไม่ใช่ภาพที่พึงประสงค์แต่ไม่ใช่ว่าไม่สามารถเกิดในสังคมไทยได้ในอนาคต 2 .”น้ำพริกปลาทู” เป็นภาพอนาคตที่สะท้อนวิถีความเป็นในแบบเอเชียที่ชัดเจนมากขึ้น ประชาชนเกิดการเรียนรู้บทเรียนในอดีตและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ ยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทั้งทางความคิด เชื้อชาติ และวัฒนธรรม และ 3 .”ต้มยำกุ้งน้ำโขง” เป็นภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นผลมาจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับอาเซียน เศรษฐกิจพม่าฟื้นตัวขึ้น ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนถูกนำเข้าสู่เวทีอาเซียน สามเหลี่ยมวัฒนธรรมอินโดจีนถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปรียบเหมือนวงรับประทานอาหารขนาดใหญ่และหลากหลายบนแบบแผนกติกาที่เป็นสากล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการสัมมนาผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้เห็นชอบที่จะนำแนวคิดของนายอดัมที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการถาวรไปปฎิบัติโดยจะทำการนัดหมายเพื่อจัดตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป และให้นายอดัมเป็นที่ปรึกษา

No comments:

Post a Comment