วันเสาร์, กันยายน 11, 2010
ฆาตกร91ศพอึ้งเจอนักศึกษาตะเพิดกลางทำเนียบ

ไล่มาร์ค - โฆษกสนนท.ยื่นหนังสือให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเลิกคุกคามคนที่มีความคิดเห็นต่าง ระหว่างที่นายกฯ ร่วมเสวนากับนิสิตนักศึกษาที่ทำเนียบฯ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. (ภาพและคำบรรยาย:ข่าวสด)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ และ เนชั่นออนไลน์
นายกปิดทำเนียบฯให้นักศึกษาแสดงความเห็น อึ้ง!เจอนศ.ไล่ลงจากเก้าอี้ จี้แสดงความรับผิดชอบสั่งฆ่าประชาชน โต้กลับไม่ได้สั่งสลายการชุมนุม โวไม่หวั่นลงสนามเลือกตั้ง แต่ต้องให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติก่อน
ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมพบปะพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาจาก 30 องค์กร 14 มหาวิทยาลัย จำนวน 150 คน ในหัวข้อ “ เปิดทางให้นักศึกษาและนิสิต?เปิดความคิดเพื่อปฎิรูป” โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนศึกษาซักถามและเสนอความคิดเห็นเรื่องต่างๆ ต่อรัฐบาล ทั้งนี้ในช่วงเริ่มต้นนักศึกษาได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี ยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นละเมิดสิทธิประชาชน และขัดขวางแนวทางการปรองดอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า เบื้องต้นยังไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอขอแก้ไข พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นกฎหมายพิเศษให้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง แต่ได้ทยอยยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนเหลืออยู่เพียง 7 จังหวัด และจะพยายามเข้าสู่การใช้กฎหมายปกติโดยเร็วที่สุด แม้การเคลื่อนไหวทางเมืองเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่จะต้องประสานงานกัน เพราะไม่ต้องการให้มีการกระทำรุนแรงหรือผิดกฎหมายมาเกาะเกี่ยวการเคลื่อนไหว ทางการเมือง ทุกครั้งมีข่าวว่า การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทบกับนักศึกษา อาจารย์ ตนก็ตรวจสอบและกำชับให้ดำเนินการตามแนวทางที่ควรเป็น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเจตนาปิดกั้นการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย หากทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเร็วเท่าใด จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยิ่งขึ้น ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโนบายปิดสื่อที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง ( ทั้งๆที่เมื่อวานเพิ่งปิดนสพ.เรดเพาเวอร์) แต่ที่มีปัญหาคือ มีการทำผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งต้องไปตามกฎหมาย
จากนั้นมีนักศึกษารายหนึ่งถามว่า ขอเสนอรัฐบาลรีบลงจากอำนาจโดยเร็วที่สุด และพาตัวเองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ชำระความยุติธรรมให้ประชาชน 92 คนที่เสียชีวิตจากการปราบปรามสลายการชุมนุมในช่วงเดือน พ.ค. ซึ่งทันทีที่นักศึกษารายนี้ถามจบ ได้รับเสียงปรบมือเสียงดังจากนักศึกษาด้วยกัน ซึ่งนายกฯตอบคำถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายคุกคามคนที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง (แล้วกรณีจับแกนนำนปช.ที่มีความเห็นต่างจะเรียกว่าอะไร? การปิดพีทีวีและนสพ.เรดเพาเวอร์เรียกว่าอะไร?) ถ้ามีคนของรัฐบาลไปคุกคาม ขอให้แจ้งมา เราจะตรวจสอบแน่นอน แต่ถ้าถามว่า มีการคุกคามคนที่มีความเห็นทางการเมืองหรือไม่ ตอบได้เลยว่าโดนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล แม้แต่พวกตนก็โดนทุกวัน เป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เริ่มฝังตัวเข้ามาในระบบการเมืองไทย ในวันที่ตนต้องบริหารงานช่วงที่มีการชุมนุมเรียกร้อง มีความล่อแหลมต่อความรุนแรง เป็นเรื่องแปลกที่ต้องมากำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ระมัดระวังอย่างถึงที่สุด อย่าให้เกิดความสูญเสียขึ้นกับคนที่แม้จะขึ้นบนเวที และตั้งค่าหัวตนว่า ให้ไปจับนายอภิสิทธิ์มาดำเนินการ ขู่ฆ่าทั้งตนและครอบครัว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอให้ตนคืนอำนาจนั้น รัฐบาลมีสิทธิตารัฐธรรมนูญที่จะอยู่ถึงปลายปีหน้า ถ้าวันนี้ผู้ชุมนุมรับข้อเสนอตนที่ให้เลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. อีกเพียง 2-3 วันก็ยุบสภาเลือกตั้งได้แล้ว แต่เขาเป็นฝ่ายปฏิเสธข้อเสนอตนถึง 3 ครั้ง ตนถูกกดดันให้ใช้กำลังปราบปราม ก็ยังเสนอให้เลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. แต่ในที่สุดก็ไม่มีการตอบรับ และล้มข้อเสนอไป ส่วนความสูญเสียต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และที่วัดปทุมวนาราม ก็กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตาม พอยุติการชุมนุมก็มีการเผาเซ็นทรัลเวิล์ด สยามสแควร์ พอรถดับเพลิงเข้าไปก็ถูกยิง จึงใช้กำลังไปคุ้มกันรถดับเพลิง ทำให้มีการต่อสู้กันบริเวณถ.พระราม 1 ซึ่งอาจมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงวัดปทุมฯหรือไม่ (เวทีแตกตั้งแต่บ่ายโมง คนเสื้อแดงถ้าไม่ไปหลบอยู่วัดปทุมก็โดนยิงตายเกลี้ยง แล้วหมาที่ไหนจะไปยิงต่อสู้กับทหาร?) ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ ตนไม่ได้กล่าวหาใคร แต่นี่คือข้อเท็จจริง
“การสูญเสียทั้งหมดในช่วง เดือน เม.ย.-พ.ค. ถ้าเป็นการสูญเสียเพราะตนสั่งปราบปรามสลายการชุมนุม ไม่ต้องวันนี้หรอกครับ ผมออกไปนานแล้ว แต่ไม่เคยมีการสั่งให้เข้าไปสลายเลย (ก่อนหน้านี้ใช้คำว่า ตนถูกกดดันให้ใช้กำลังปราบปราม !?! ) ทั้งหมดต้องให้คนกลางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร เราก็จะมีความรับผิดชอบตามมา ผมพูดตลอดว่า ผมไม่เจตนาอยู่ครบเทอม ทั้ง ๆที่ผมมีสิทธิจะอยู่ แต่ผมไม่ต้องการการเลือกตั้งที่มีความรุนแรง ที่ยังมีการประกาศไล่ล่า ห้ามพรรคการเมืองเดินทางมาพื้นที่นั้นนี้ ซึ่งไม่ใช่จิตใจประชาธิปไตย ผมไม่ต้องการการเลือกตั้งที่ในที่สุดแล้วก็มาถกเถียงเรื่องกติกากันอีก โกงเลือกตั้งแล้วถูกยุบ ก็บอกว่าไม่เป็นธรรม เป็นต้น เราต้องเอากติกาให้ชัดว่า ผลออกมาตามกฎหมายเป็นอย่างไร ก็จะยอมรับกัน ถ้า 2 เงื่อนไขนี้มีเมื่อไร ผมพร้อมยุบสภา ผมไม่กังวล กลัวเรื่องจะแพ้ ชนะเลือกตั้ง ผมยอมรับการตัดสินของประชาชน ช่วงที่ผมมาอยู่ก็มีทั้งเลือกตั้งซ่อม เลือกตั้งท้องถิ่น ผมแพ้น้อยมาก ชนะเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่ต้องการการเลือกตั้งที่สงบเรียบร้อย สนับสนับกระบวนการประชาธิปไตยที่แท้จริง ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเสร็จการพบปะพูดคุยกับนักศึกษา น.ส.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย ตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ยื่นแถลงการณ์“10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี” พร้อมรายชื่อผู้ต้องหาการเมืองที่ถูกจับกุม ถึงนายกฯเพื่อเรียกร้องให้เร่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเร็ว.
สนนท.แถลงการณ์จวก"อภิสิทธิ์"สร้างภาพ
เนชั่นออนไลน์รายงานว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมเวทีกับนิสิตนักศึกษาในหัวข้อ “เปิดทางให้นักศึกษาและนิสิต เปิดความคิดเพื่อการปฎิรูป” ปรากฎว่าตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศหรือสนนท.ประมาณ 10 คนได้เดินทางมาคัดค้านการจัดเวทีดังกล่าว โดยน.ส.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโฆษกสนนท. อ่านแถลงการณ์เรื่อง “หยุดสร้างภาพ หยุดการปรองดองบนกองเลือด” มีใจความตอนหนึ่งว่า กิจกรรมการพบนิสิตนักศึกษาครั้งนี้เป็นเพียงละครปาหี่ตบตาประชาชนเท่านั้น เป็นการใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือในการคะแนนนิยมและสร้างภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีมือเปื้อนเลือดว่าเป็นบุคคลที่เปิดกว้าง รับฟังคำติชม ยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง หากนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังคำติชม และยอมรับความเห็นที่แตกต่างจะไม่มีคนตาย 91 ศพเกิดขึ้น
น.ส.สุญญาตา กล่าวว่า งานพบนักศึกษาครั้งนี้ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาเป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่เห็นคุณค่าความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษาอย่างแท้จริง และยังสำคัญตนเองเป็นใหญ่เสมือนเรียกนิสิตนักศึกษาต้องเข้าพบแทนที่จะยอมเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นที่มหาวิทยาลัยด้วยตนเอง
“การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ไม่ใช่การเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อกระบวนการปฏิรูปประเทศสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลมือเปื้อนเลือด แต่จะใช้สิทธิเพื่ออธิบายถึงผลเสียของการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินและนำรายชื่อนักโทษการเมืองที่เป็นนักศึกษามอบให้นายกฯ”
********
แถลงการณ์ 10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี
ตามที่สโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดให้มีงาน “นิสิตนักศึกษาพบนายกรัฐมนตรี” ขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงาน จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น สามารถพิจารณาได้ว่างานดังกล่าว เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของนักศึกษากลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน ที่ได้พยายามชูป้ายประท้วงและยื่นจดหมายต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมากล่าวปาฐกถาในงานวันครบรอบ 60 ปี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับถูกขัดขวางโดยคณะผู้ดูแลงาน จนทำให้กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวไม่สามารถใช้สิทธิ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างที่ควรจะเป็น ในสังคมที่กล่าวอ้างว่ายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ พวกเรามีความเห็นว่า การพบนิสิตและนักศึกษา ของนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงละครปาหี่ตบตาประชาชนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น พวกเราทราบดีว่างานที่ถูกจัดขึ้นนี้ เป็นเพียงเครื่องมือ ที่นายกรัฐมนตรีจะใช้ในการสร้างภาพ ว่าตนเป็นบุคคลที่เปิดกว้าง รับฟังคำติชม และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง นั่นหมายความว่า นิสิตนักศึกษา ที่มาในวันนี้ จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกหยิบใช้ เพื่อบริหารความนิยมชมชอบ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดเท่านั้น
เหนือสิ่งอื่นใด ตามคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเอง ที่ว่า “การกระทำสำคัญที่สุด ถ้ากระทำไปในทิศทางเดียวกับคำพูด” ยิ่งแสดงให้พวกเราได้เห็นว่า ทุกสิ่งที่อย่างที่รัฐบาลทำ ความพยายามจะสร้างภาพความปรองดองสมานฉันท์นั้น เป็นเพียงการปิดบังความจริงด้วยวิธีการอันฉาบฉวย
ถ้านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ มีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังคำติชม และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างจริง ศพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างน้อย 91 ศพ จะไม่มีวันเกิดขึ้น เป็น 91 ศพ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เป็น 91 ศพ ที่เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ นั่นคือ การได้หายใจในบรรยากาศของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่อาจมีความกล้าหาญที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนให้กับประเทศชาติได้ การปราบปรามประชาชนผู้เห็นต่างก็เกิดขึ้น การกระทำที่ดูใจกว้างในวันนี้ วันที่ 10 กันยายน ช่างแตกต่างกันลิบลับกับการขอคืนพื้นที่ในวันเดียวกันนี้เมื่อห้าเดือนที่แล้ว
เราจะมีหลักประกันอะไร ว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกล่าว จะไม่ใช่เรื่องลมๆแล้งๆ ดูสวยหรูแต่สร้างภาพอย่างที่เคยทำมา และเราจะมีหลักประกันอะไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ จะเป็นการรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาอย่างบริสุทธิ์ใจ ในเมื่อ “เพื่อนของเรา” บางคนยังถูกจับกุมคุมขัง และบางส่วนถูกส่งไปบำบัดทางจิต
ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ขอแสดงจุดยืนต่อรัฐบาลเผด็จการมือเปื้อนเลือด และงานละครปาหี่ตบตาประชาชนในครั้งนี้ ว่า
1. งาน “นิสิต นักศึกษา พบนายกรัฐมนตรี” เป็นงานที่ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ เป็นเพียงละครสร้างภาพตบตาประชาชนเท่านั้น นอกจากจะด้วยเหตุผลที่การกระทำของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคำพูดแล้ว การเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี ไม่เห็นคุณค่าความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาอย่างแท้จริง และยังสำคัญตนเองเป็นใหญ่ เสมือนเรียกให้นิสิต นักศึกษาต้องเข้าพบ แทนที่จะยอมเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษาจากในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยตนเอง
2. “การกระทำสำคัญที่สุด ถ้ากระทำไปในทิศทางเดียวกับคำพูด” นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต้องรู้จักการกระทำที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับคำพูด นั่นคือ ไม่คุกคามสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และประชาชน เพราะข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ คนที่เห็นต่างจำนวนมาก ถูกรัฐบาลทำให้กลายเป็นศัตรูของชาติ และถูกจับกุมคุมขัง มีแต่คนที่มืดบอดทางสติปัญญาเท่านั้น ที่จะเชื่อคำกล่าวสร้างภาพของรัฐบาลว่าเป็นเรื่องจริง
พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า การมาร่วมงาน “นิสิต นักศึกษา พบนายกรัฐมนตรี” ครั้งนี้ ไม่ใช่การเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อว่า “กระบวนการปฏิรูปประเทศ” หรือมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เรามาเพื่อทวงถามข้อสงสัย ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลบางอย่าง ที่เราหวังว่าจะช่วยให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถาม และพิจารณาถึงความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจบริหารงานองรัฐบาลชุดนี้
พวกเราเชื่อว่า ไม่มีรัฐบาลใดจะมีความชอบธรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากไปกว่ารัฐบาลที่มาจากเจตจำนงของประชาชน ซึ่งผ่านการเลือกตั้ง ไม่ใช่ด้วยความช่วยเหลือของทหาร การยุบสภายังคงเป็นวิถีทางในการรับฟังกระแสตอบรับของประชาชนที่ดีที่สุด ที่รัฐบาลปัจจุบัน สมควรจะทำ
หยุดสร้างภาพ หยุดการปรองดองบนกองเลือด
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
No comments:
Post a Comment