ก่อนอื่นก็ต้องปูความคิดก่อนครับว่า ผมเห็นว่ามีความเป็นไปได้ในระดับที่น่าจับตามองว่าฝ่ายผู้มีอำนาจจะเดินเกมเข้าสู่จุดที่จะไปจบที่การรัฐประหารก่อนการเลือกตั้ง
ในช่วงนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจมีออฟชั่นอยู่ไม่กี่ทางเลือก ซึ่งในแต่ละออฟชั่นเขาจะต้องมาคำนวนผลได้ผลเสีย ไม่ว่าจะเป็นการประคองรัฐบาลนี้ไปจนสู่การเลือกตั้งแล้วไปลุ้นผลเอา ซึ่งก็เสี่ยงอยู่พอสมควร มันก็จะเหมือนกับการโยนหัวก้อย คือถ้าไม่มั่นใจในระดับที่มีเหรียญด้านในหลวงทั้งสองหน้าแล้วแทงหัว ความเสี่ยงย่อมต้องมีเสมอ ถ้าเวลาผ่านไปถึงช่วงเลือกตั้งแล้วพวกเขายังไม่ชัวร์ ออฟชั่นนี้ก็จะยิ่งริบหรี่ลง
ยิ่งไปกว่านั้่นคดียุบพรรคปชป.ก็เป็นชนักติดหลังเป็นแหที่แก้ออกยากพอสมควร หนทางที่จะไปจบที่รัฐประหารมีอยู่สูงในระดับที่มองข้ามไม่ได้
ออฟชั่นการรัฐประหาร สามารถเกิดขึ้นได้หากมีการสร้างปัจจัยที่สุกงอม การรัฐประหารที่ผ่านมานิยมการใช้การทุจริตคอรัปชั่นและการปกป้องสถาบันเป็นข้ออ้าง ผมว่าคราวนี้จะมีการเปลี่ยนแนวการ"บิ้วท์" อารมณ์ร่วมของสังคม และการ"บิวท์"ครั้งนี้จะนำไปสู่อันตรายอย่างใหญ่หลวงของขบวนการประชาธิปไตย เพราะจะเป็นการคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จและมีการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มข้น
ผมคิดว่าการสร้างอารมณ์ร่วมจะเกิดจากการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพในภาพที่ออกมาว่ามาจากขบวนการประชาธิปไตย ปั่นกระแสความไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของคนเมืองให้อยู่ในความหวาดกลัวและเชื่อว่าเสื้อแดงอยู่เบื้องหลังการก่อความวุ่นวาย จนถึงจุดที่มีกระแสก่นด่ารัฐบาลว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องเรียกร้องให้ทหารออกมาตบเท้ารับหน้าที่ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาความมั่นคงและกวาดล้างขบวนการเสื้อแดงให้สิ้นซาก นอกจากนั้น ในการดำเนินการคู่ขนานไปกับการก่อวินาศกรรมก็จะมีการปลุกกระแสแดงล้มเจ้าให้หนักขึ้น มีการจับกุมเครือข่ายล้มเจ้า มีข่าวเรื่องการล้มเจ้าอย่างต่อเนื่องและพร้อมเพรียง อาจจะมีการเล่นกระแสถึงขนาดว่า"ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง" แสดงความ"ไม่สบายใจ" เรื่องทุจริตคอรัปชั่นก็เอามาเป็นเรื่องเสริมได้เสมอ แค่สนธิลิ้มออกมาจิ้มนู่นนี่หน่อยสะกิดต่อมคนเกลียดนักการเมืองโดยรวม กระแสก็ช่วยเสริมๆกันไปถึงจุดที่"รับได้" กับการมีรัฐประหารอีกรอบ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมมองว่าประเด็นเรื่องการก่อวินาศกรรมจะเป็นประเด็นหลักในการนำมาเป็นข้ออ้างในการรัฐประหารคราวต่อไป
การที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ปรองดองก็เพื่อที่จะcounterการสร้างกระแสว่าพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการสันติ เป็นการออกตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ"ล่วงหน้า"
แถลงการณ์ของจาตุรนต์ก็ช่วยเสริมความคิดดั้งเดิมของผมมากขึ้นไปอีก จาก http://chaturon.posterous.com/27544783
ขอโควตแค่ส่วนย่อหน้าที่สอง "ต้นตอของวิกฤตคือการไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดด้วยวิธีการในระบบ แต่ใช้การเคลื่อนไหวนอกระบบที่นำไปสู่การรัฐประหาร ทำให้ประเทศเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ แยบยลและซับซ้อนกว่าครั้งใดๆที่ผ่านมา"
คือเพื่อไทยรวมถึงทางฝั่งจาตุรนต์เอง น่าจะเห็นแนวโน้มทิศทางที่ทางฝ่ายผู้มีอำนาจกำลังเคลื่อนไหว จึงรีบชิงออกชิงจังหวะแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อผลของภาพลักษณ์และแก้เกมการรัฐประหารในเปลาะแรกนี้
หรือไม่ถ้าคิดในแง่ร้าย การปรองดองก็เหมือนการสวามิภักดิ์ ก็เพราะเห็นว่าแนวโน้มการรัฐประหารมีสูงยิ่ง จนต้องรีบออกตัวให้สังคมหรือผู้มีอำนาจเห็น เพื่ออย่างน้อยเป็นยันต์เล็กๆไว้คุ้มครองสวัสดิภาพของพวกเขาหากมีการรัฐประหารและกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มข้น
ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การแสดงท่าทีปรองดองจากพรรคเพื่อไทยคราวนี้มีผลมาจากแนวคิดที่ว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่ไกลนัก
ในช่วงนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจมีออฟชั่นอยู่ไม่กี่ทางเลือก ซึ่งในแต่ละออฟชั่นเขาจะต้องมาคำนวนผลได้ผลเสีย ไม่ว่าจะเป็นการประคองรัฐบาลนี้ไปจนสู่การเลือกตั้งแล้วไปลุ้นผลเอา ซึ่งก็เสี่ยงอยู่พอสมควร มันก็จะเหมือนกับการโยนหัวก้อย คือถ้าไม่มั่นใจในระดับที่มีเหรียญด้านในหลวงทั้งสองหน้าแล้วแทงหัว ความเสี่ยงย่อมต้องมีเสมอ ถ้าเวลาผ่านไปถึงช่วงเลือกตั้งแล้วพวกเขายังไม่ชัวร์ ออฟชั่นนี้ก็จะยิ่งริบหรี่ลง
ยิ่งไปกว่านั้่นคดียุบพรรคปชป.ก็เป็นชนักติดหลังเป็นแหที่แก้ออกยากพอสมควร หนทางที่จะไปจบที่รัฐประหารมีอยู่สูงในระดับที่มองข้ามไม่ได้
ออฟชั่นการรัฐประหาร สามารถเกิดขึ้นได้หากมีการสร้างปัจจัยที่สุกงอม การรัฐประหารที่ผ่านมานิยมการใช้การทุจริตคอรัปชั่นและการปกป้องสถาบันเป็นข้ออ้าง ผมว่าคราวนี้จะมีการเปลี่ยนแนวการ"บิ้วท์" อารมณ์ร่วมของสังคม และการ"บิวท์"ครั้งนี้จะนำไปสู่อันตรายอย่างใหญ่หลวงของขบวนการประชาธิปไตย เพราะจะเป็นการคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จและมีการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มข้น
ผมคิดว่าการสร้างอารมณ์ร่วมจะเกิดจากการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพในภาพที่ออกมาว่ามาจากขบวนการประชาธิปไตย ปั่นกระแสความไม่มั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของคนเมืองให้อยู่ในความหวาดกลัวและเชื่อว่าเสื้อแดงอยู่เบื้องหลังการก่อความวุ่นวาย จนถึงจุดที่มีกระแสก่นด่ารัฐบาลว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องเรียกร้องให้ทหารออกมาตบเท้ารับหน้าที่ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาความมั่นคงและกวาดล้างขบวนการเสื้อแดงให้สิ้นซาก นอกจากนั้น ในการดำเนินการคู่ขนานไปกับการก่อวินาศกรรมก็จะมีการปลุกกระแสแดงล้มเจ้าให้หนักขึ้น มีการจับกุมเครือข่ายล้มเจ้า มีข่าวเรื่องการล้มเจ้าอย่างต่อเนื่องและพร้อมเพรียง อาจจะมีการเล่นกระแสถึงขนาดว่า"ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง" แสดงความ"ไม่สบายใจ" เรื่องทุจริตคอรัปชั่นก็เอามาเป็นเรื่องเสริมได้เสมอ แค่สนธิลิ้มออกมาจิ้มนู่นนี่หน่อยสะกิดต่อมคนเกลียดนักการเมืองโดยรวม กระแสก็ช่วยเสริมๆกันไปถึงจุดที่"รับได้" กับการมีรัฐประหารอีกรอบ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมมองว่าประเด็นเรื่องการก่อวินาศกรรมจะเป็นประเด็นหลักในการนำมาเป็นข้ออ้างในการรัฐประหารคราวต่อไป
การที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ปรองดองก็เพื่อที่จะcounterการสร้างกระแสว่าพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการสันติ เป็นการออกตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ"ล่วงหน้า"
แถลงการณ์ของจาตุรนต์ก็ช่วยเสริมความคิดดั้งเดิมของผมมากขึ้นไปอีก จาก http://chaturon.posterous.com/27544783
ขอโควตแค่ส่วนย่อหน้าที่สอง "ต้นตอของวิกฤตคือการไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดด้วยวิธีการในระบบ แต่ใช้การเคลื่อนไหวนอกระบบที่นำไปสู่การรัฐประหาร ทำให้ประเทศเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ แยบยลและซับซ้อนกว่าครั้งใดๆที่ผ่านมา"
คือเพื่อไทยรวมถึงทางฝั่งจาตุรนต์เอง น่าจะเห็นแนวโน้มทิศทางที่ทางฝ่ายผู้มีอำนาจกำลังเคลื่อนไหว จึงรีบชิงออกชิงจังหวะแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อผลของภาพลักษณ์และแก้เกมการรัฐประหารในเปลาะแรกนี้
หรือไม่ถ้าคิดในแง่ร้าย การปรองดองก็เหมือนการสวามิภักดิ์ ก็เพราะเห็นว่าแนวโน้มการรัฐประหารมีสูงยิ่ง จนต้องรีบออกตัวให้สังคมหรือผู้มีอำนาจเห็น เพื่ออย่างน้อยเป็นยันต์เล็กๆไว้คุ้มครองสวัสดิภาพของพวกเขาหากมีการรัฐประหารและกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มข้น
ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การแสดงท่าทีปรองดองจากพรรคเพื่อไทยคราวนี้มีผลมาจากแนวคิดที่ว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่ไกลนัก
No comments:
Post a Comment