Sunday, January 30, 2011

ทักษิณโฟนอินแดงEU:แค่เห็นคนจูงหมามาก็รู้นิสัยเจ้าของหมา ลั่นถึงผมจะนอนใกล้ตายที่รพ.ก็จะสู้

http://thaienews.blogspot.com/2011/01/eu.html

ทักษิณโฟนอินแดงEU:แค่เห็นคนจูงหมามาก็รู้นิสัยเจ้าของหมา ลั่นถึงผมจะนอนใกล้ตายที่รพ.ก็จะสู้

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554


พ.ต.ท.ทักษิณ,เจ๊ดา กับแกนนำเสื้อแดงในเยอรมนี และแกนนำเสื้อแดงสหภาพยุโรป(ที่มา:แฟ้มภาพไทยอีนิวส์)

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาร่วมงานตาสว่างกลางยุโรป ซึ่งจัดโดยนปช.สหภาพยุโรป ที่เมือง Wuppertal ประเทศเยอรมันนี เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2554 ฟังคลิปเสียงตามลิ้งค์http://www.4shared.com/audio/U_woBaR_/2954.html

โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญดังต่อไปนี้

"พวกเราเราคงเห็นสิ่งที่เกิดในประเทศตูนีเซีย ที่ประชาชนขับไล่ผู้นำเผด็จการออกนอกปรระเทศ เรื่องนี้มีสาเหตุ 2-3 ประการ คือ

ประการแรก ผู้ปกครองประเทศไม่ใส่ประชาชน สนใจแต่ความสุขส่วนตัว เห็นคนจนปล่อยปละละเลย

ประการที่2 ชนชั้นปกครองอายุมากแล้ว ในขณะที่โลกก้าวไปถึงไหนไม่รู้ ไม่ยอมปรับตัว แต่ก็พยายามลากประเทศให้ล้าหลังเอาไว้ แต่โลกทุกวันนี้มันเปิด คนได้รับข้อมูลข่าวสารทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อายุซัก 30 เขาก็ได้เปรียบเทียบว่า ทำไมประเทศตัวเองล้าหลัง ทำไมประเทศอื่นไปไกล

ผู้ปกครองเป็นเผด็จการ อย่างตูนีเซีย หรืออย่างอียิปต์นั้น ตอนแรกก็แก้ไขโดยประธานาธิบดีมูบารักไปสั่งให้รัฐมนตรีมนตรีลาออก แต่ก็ตั้งพวกที่เป็นเผด็จการเข้ามาแทน เพราะชนชั้นปกครองมีจิตใจเผด็จการรวบอำนาจ ประชาชนก็รับไม่ได้ คนรุ่นใหม่เขารับข้อมูลเยอะ มีความสามาถสูง ชอบท้าทาย แต่ผู้นำไม่มีประสิทธิภาพ ยิ่งอยู่มากยิ่งคอรัปชั่น

อย่างรัฐบาลไทยอยู่อ2ปีกว่า แต่คอรัปชั่นมากกว่าทุกรัฐบาล ระบบทุกอย่างพัง ขณะที่คนรุ่นใหม่อยากเปลี่ยนแปลง

หากใครติดตามกรณีทีมฟุตบอลศรีษะเกษมาเตะที่นครปฐม เมื่อ 3-4 เดือนก่อน แข่งไปแข่งมาขัดแย้งกัน กรรมการไปเป่าลูกหวีดก่อนหมดเวลา คนดูไม่ยอมจบเลยได้ตีกัน

เวลานี้คนไทยเรา คนเป็นผัวเมียกัน เพื่อนกันทะเลาะกัน เพราะแบ่งสีแดงสีเหลือง แทนที่จะแก้ไขปัญหา ก็ได้ทะเลาะกัน เพราะกติกาไม่เป็นธรรม ผู้รักษากติกาไม่เป็นธรรมโปร่งใส เลือกข้างชัดเจน ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง
หากรักษากติกาได้ประเทศก็จะไปได้ เวลานี้บ้านเมืองเราถอยหลังไป 30 ปี เป็นเผด็จการ ระบบยุติธรรม องค์กรอิสระ ระบบราชการก็พัง พวกเราก็ต้องเรียกร้องให้บ้านเมืองกลับไปสู่ไปสภาวะปกติ เราก็ได้แต่กดดันเรียกร้องให้บ้านเมืองได้กลับไปถูกต้องเสียที ก็ต้องขอบคุณทุกคนในต่างประเทศได้ช่วยกดดันเรียกร้อง เพราะรัฐบาลนี้ทำให้เกิดความเสียหายมาก จะได้รู้ว่าประชาชนทั้งในและต่างประเทศได้รู้

ที่ผ่านมารัฐมนตรีต่างประเทศคุณกษิต ภิรมย์ ก็เดินสายทุกวันตามล่าตัวผม ต่างประเทศที่เขาไม่รู้ก็เห็นว่าเป็นคนที่มีตำแหน่งหน้าที่สถานะเชื่อก็เสียหายกัน ผมก็เดินทางไปหลายประเทศ บางประเทศเขาบอกว่า มีจดหมายจากประเทศไทยว่า ผมมีหมายจับจากประเทศสิงคโปร์ เขาก็ให้ผมรอแล้วเช็กไปเวบไซต์ตำรวจสิงคโปร์ ปรากฎไม่มี

เขาก็ว่า ทำไมประเทศไทยกล้าใช้สถาบันโกหกขนาดนี้ เขาก็เชิญผมเข้าประเทศ นี่คือสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่า คนๆเดียวลากสถาบันของประเทศเสียหายมาก คนแบบนี้คือคนที่อภิสิทธิ์ชอบใจ

ผมถึงบอกว่า เวลาเราเห็นคนจูงหมามา เราก็ต้องรู้ว่านิสัยเจ้าของหมาเป็นยังไง

วันนี้เราต้องอดทนและสู้ต่อไปเราต้องทำให้บ้านเมืองเรากลับไปสู่ความสันติสงบสุข

คำถามเรื่องเกิดรัฐประหารจะทำอย่างไร หากเกิดปฏิวัติรัฐประหาร พวกเราคนไทยในต่างประเทศต้องไปยื่นหนังสือต่อยูเอ็น และทุกประเทศว่า เราคนไทยในต่างแดนขอประท้วงไม่เห็นด้วย ทำให้ไทยเสียเกียรติยศขอให้ทุกประเทศกดดันไทยกลับไปสู่ประชาธิปไตยให้เร็วที่สุด

ได้ยินข่าวว่าจะยุบสภาเดือนเมษายนแต่ผมก็ยังไม่เชื่อ

คนเสื้อแดงนปช.สหภาพยุโรปถามว่า คนเสื้อแดงสู้เต็มที่อึดอยู่แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า"โอ้โห บอกได้เลยว่า สมมุติว่ากำลังจะตายอยู่ในโรงพยาบาล ก็จะโทรศัพท์มาสู้เขาอยู่"


ในงานเดียวกันยังมีการโฟนอินจากอีกหลายคน คือนายจตุพร พรหมพันธุ์http://www.4shared.com/audio/J8Hzl3TR/2954.html

คลิปเสียงอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง โฟนอินhttp://www.4shared.com/audio/kwIitNPT/2954.html

คลิปเสียงคุณเบ็นจามิน (นปช.USA) http://www.mediafire.com/?2fonhwhv1dchhf7

คลิปเสียงคุณเป๋ คลองเตย http://www.mediafire.com/?gwzi88sp9i3l7yb
...
http://thaienews.blogspot.com/2011/01/blog-post_8263.html

กี้ร์-ใจ:ลมหายใจผู้ไม่แพ้ปลุกแดงสวีเดนสู้เพื่อมาตุภูมิ

โดย Thai Red Sweden ♥ แดง สวีเดน
30 มกราคม 2554


ชมวีดีโอลิ้งค์คุณ อริสมันต์ งาน Thai Red Sweden


คนเสื้อแดงในสวีเดน ได้จัดงานเสวนารากหญ้าสังคมนิยมขึ้นในสวีเดน เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่ทางรัฐไทยต้องการตัวมากที่สุดรองลงมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วิดิโอลิ้งค์เข้ามาร้องเพลง"ลมหายใจผู้ไม่แพ้แด่วีรชน"และกล่าวเรียกร้องคนไทยทั่วโลกร่วมกดดันเรียกร้องให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

ขณะที่รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ เสื้อแดงสังคมนิยม ซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัยการเมืองที่อังกฤษเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาครั้งนี้
โดยกล่าวนำเสวนาด้วย (ดูคลิปด้านบน โดยคลิปนำเสวนาของใจนั้นเป็นตอนแรกส่วนฉบับสมบูรณ์และสัมภาษณ์เพิ่มเติมจะนำเสนอในโอกาสต่อไป)

วีดีโอการบรรยายของอาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์

ภาพบรรยากาศในงาน









...
http://thaienews.blogspot.com/2011/01/2_29.html

ถอดรหัสแม้วตาสว่างโฟนอินแฉพลเอก2ผัวเมีย?โค่นอำนาจ กับเจ้าของบริษัทระแวงฆ่าพนักงาน


อ่านดูใจความโดยรวมทั้งหมดดี ๆ และถ้าฟังคลิปเสียงการโฟนอินทั้งหมดของทักษิณด้วยจะพบว่า ครั้งนี้ถือเป็นการแย็บไปที่เป้าสูงเป็นครั้งแรกของทักษิณแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำว่า "ตาสว่าง"(ซึ่งไม่ค่อยเคยได้ยินจากท่าน) และ คำว่า"เจ้าของบริษัท" (ในขณะที่ อ.สุรชัย ใช้คำว่า "เจ้าของคอกม้า")-
นักท่องเน็ตในกระดานสนทนาInternet Freedom 

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 มกราคม 2554

คลิปเสียงพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวเสวนากับกลุ่มRED IN JAPAN คลิ้กhttp://www.mediafire.com/?acna7nffqdh67y3



การโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มายังงาน"ตาสว่างทุกที่ ญี่ปุ่นก็ตาสว่าง"จัดโดย RED IN JAPAN หรือคนเสื้อแดงไทยในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ถูกนักสังเกตการณ์ทางการเมืองประเมินว่า เป็นก้าวสำคัญครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปีหลังถูกทำรัฐประหารโค่นอำนาจ ที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดได้"เฉียดใกล้"ปมปัญหาที่แท้จริงของชาติ เพียงแต่ซ่อนนัยยะเชิงสัญลักษณ์เอาไว้ ที่ไม่ยากจะถูกถอดรหัส

ท่อนแรกคือการกล่าวหาพลเอก 2 ผัวเมีย

อยู่ที่ญี่ปุ่นมียาหยอดตาดีหรืออย่างไรถึงได้ตาสว่าง? ..ความจริงผมไปเห็นมาหลายประเทศ แล้วนึกเสียดายประเทศไทยทำท่ากำลังไปได้ดี แต่ก็เกิดความหวาดระแวงดื้อๆ ทั้งที่ไม่น่าจะเป็น บ้านเมืองวุ่นวายทุกวันนี้ทั้งหมดมาจากพลเอกสองคน คนหนึ่งเป็นผัว อีกคนเป็นเมีย ยศพลเอกทั้งคู่ พลเอกผัวโกรธผมที่โดนผมเตะขึ้นหิ้งข้างบน จากผบ.ทัพไปเป็นผบ.สูงสุด ส่วนพลเอกเมียคอยจะแก้โผ ผมไม่ยอมให้แก้ก็โกรธผม แล้วก็ไปเพ็ดทูลให้บ้านเมืองวุ่นวาย ต่อมาผัวได้เป็นนายกฯ เมียได้แก้รธน.เพื่อให้ตัวเองได้มีโอกาสเป็นใหญ่อีกครั้ง ก็แย่ครับบ้านเมือง


ตามนัยนี้หากถอดรหัสออกมาสำหรับพลเอกคนผัวตามที่ทักษิณกล่าวหานั้น ผู้ที่อาจจะเข้าข่ายน่าจะเป็นพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เพราะเคยถูกรัฐบาลทักษิณให้พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกขึ้นเป็นทหารสูงสุด และต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ปัญหาว่าพลเอกที่เป็นเมียหมายถึงใคร? เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า พลเอกสุรยุทธ์สมรสกับ พันเอกหญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์

พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินผิดไหม เพี้ยนจากพันเอกเป็นพลเอกหรือไม่? คำตอบคือ ไม่น่าจะเพี้ยน เหตุเพราะว่า

ประการหนึ่ง ในการโฟนอินเที่ยวนี้ได้ย้ำว่าพลเอกอยู่ถึง 4 ครั้ง และย้ำว่าเป็น"พลเอกทั้งคู่" ขณะที่ภรรยาพลเอกสุรยุทธ์นั้นมียศเพียงพันเอก

อีกประการหนึ่ง ในการโฟนอินได้ระบุว่า พลเอกคนเป็นเมีย คอยจะแก้โผโยกย้าย เมื่อไม่ยอมก็โกรธ และภายหลังพลเอกคนเป็นเมียมาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตนเองมีโอกาสเป็นใหญ่อีกครั้ง ...ก็ยิ่งไกลห่างจากพันเอกหญิงท่านผู้หญิงจิตรวดีที่ไม่เคยมีข่าวทำนองนี้

แต่หากเป็นพลเอกอีกรายที่ว่ามีบารมีและชอบแก้โผโยกย้ายทหารตำรวจ และแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงขั้นให้ตนเองใหญ่ขึ้นมากหลังรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็นับว่าใกล้เคียงกับบุคคลนี้มาก

นักท่องเวบบอร์ด กระดานสนทนาการเมืองรายหนึ่ง ถอดรหัสด้วยการใส่รหัสอีกชั้นว่า

555 พลเอกผัว - เขายายเที่ยง
พลเอกเมีย - คงเป็นตุ๊ดเฒ่า 555


ส่วนทักษิณจะมีนัยยะตามนี้หรือไม่...ไม่ทราบ! เพราะหากจะหมายถึงตามนั้นก็นับว่ามีผลเสียหายต่อพลเอกสุรยุทธ์ที่อาจทำให้สังคมเข้าใจท่านไปในทางที่เป็นลบด้วย


ท่อนสองคือการกล่าวหาเจ้าของประเทศขี้ระแวง เจ้าของบริษัทฆ่าพนักงาน


สิ่งที่เขาทำกันภาษิตโบราณเรียกว่าวัวพันหลัก ก็พันคอตัวเองเข้าเรื่อย พันไปพันมา ทำผิดแล้วผิดอีก ทำเรื่องผิดไม่ถูกต้องทำนองคลองธรรมตลอด เวลานี้ที่เลวร้ายก็คือว่า เปรียบเหมือนบ้าน อยู่ดีๆไม่มีโจรผู้ร้าย มีตำรวจเฝ้าอยู่ดีๆ ไล่ตำรวจออกเอาโจรมาเฝ้า บ้านเลยถูกโขมยของ คอรัปชั่นกันทุกเรื่อง 

นี่คือความเลวร้ายในรอบ4-5ปีมานี้ เหตุเพราะเทียบเหมือนบ้านเจ้าของบ้านระแวงตำรวจ ไล่ตำรวจออก ให้โจรมาเฝ้าแทน มันก็ขโมยเจ้าของบ้าน ก็ปล้นเจ้าของบ้าน อีกหน่อยก็คงข่มขืนเจ้าของบ้าน

เวลานี้ในแง่ส่วนตัวผมเฉยๆ เรื่องกลับเมืองไทย ถ้าไม่ห่วงพี่น้องประชาน ผมก็ทำมาหากินไปได้ สบายๆไม่เดือดร้อนอะไร แต่สงสารชาวบ้านที่ต้องลำบาก จู่ๆเจ้าของประเทศระแวงลูกจ้าง ไล่ลูกจ้างออก เปลี่ยนลูกจ้างไหม่ ไม่ชอบลูกจ้างคนนี้ ไม่ชอบพนักงาน ให้พนักงานออก แจ้งข้อหาพนักงานให้ออก ฆ่าพนักงานมั่ง (เน้นเสียงตรงคำว่าฆ่า) เจ้าของบริษัทไประแวง เสียดายประเทศจริงๆเป็นห่วงพี่น้องคนไทยมากๆ"


ในท่อนหลังนี้จะพบว่าการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณมีคำเปรียบเปรยอยู่ 3 คำหลักๆ คำแรกคือประเทศ-เจ้าของประเทศ,บ้าน-เจ้าของบ้าน,เจ้าของบริษัท-ลูกจ้าง,พนักงาน

ท่อนที่ต้องโฟกัสคือ "จู่ๆเจ้าของประเทศระแวงลูกจ้าง ไล่ลูกจ้างออก" และ"ฆ่าพนักงานมั่ง"

โดยนัยตรงๆแล้ว"เจ้าของประเทศที่ไล่ลูกจ้างออก"คือใคร? ...พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ไล่ทักษิณออกใช่หรือไม่ หรือเป็นคณะทหารคมช.นำโดยพลเอกสนธิ บุณยะรัตกลิน ที่ทำการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549?

หรือเป็นไปตาม ความรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 3 กำหนดว่า"อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้"

คือ"ปวงชนชาวไทย ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย" หรือพูดแบบชาวบ้านคือ"เป็นเจ้าของประเทศ"ได้ไล่ลูกจ้างคือทักษิณออกใช่หรือไม่?

หรือหากไม่ใช่ แล้วใครอีกที่จะเป็นเจ้าของประเทศ?

ส่วนเรื่องเจ้าของบริษัท"ฆ่าพนักงานมั่ง"ตามเสียงที่พ.ต.ท.ทักษิณเน้นในการโฟนอินนั้น คงต้องให้DSIได้สอบสอบสืบสวนกันต่อไปว่า เป็นบริษัทไหนที่มีพฤติการณ์ดังที่ทักษิณกล่าวหา

หากเหลือบ่ากว่าแรงที่DSIจะทำคดีบริษัทนี้ได้ ก็อาจต้องพึ่งศาลโลก ซึ่งทักษิณกล่าวในการโฟนอินคราวนี้ว่า โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายฝรั่งกำลังไปใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แถลงข่าวยื่นฟ้องต่อศาลโลกในวันที่ 31 มกราคมนี้...

ก็อาจขอแรงให้พ่วงคดีบริษัทปริศนานี้ไปด้วยเสียเลย

No comments:

Post a Comment