ธนาพล:บันทึกการรับเสด็จพระราชินี (ฉบับไพร่) และข้อเสนอที่เป็นไปไม่ได้ในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
สิ่งที่ ไพร่ อย่างข้าพเจ้า เรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูป”สถาบันกษัตริย์ มีแต่จะเหนื่อยเปล่า เพราะแม้แต่การท้วงติงของบรรดา “เครือข่ายราชสำนัก” ก็ไม่เป็นผล แม้แต่อยากจะปฏิรูปในเรื่อง “เล็ก ๆ น้อย ๆ ” (ภาพประกอบ:แฟ้มภาพ)
โดย ธนาพล อิ๋วสกุล
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 เวลาประมาณ 17.10 น. ข้าพเจ้ามีธุระต้องไปแถว ๆ สะพานอรุณอัมรินทร์
โดยข้ามฝั่งมาจากท่าพระจันทร์ เพื่อขึ้นท่าพระปิ่นเกล้า และต่อรถเมล์สาย 81 (ตามปกติข้าพเจ้าจะเดิน แต่เนื่องจากมีสัมภาระจำนวนมาก) หลังจากรถเมล์ออกจากท่า ข้าพเจ้าก็นึกประหลาดใจอยู่ว่า ทำไมรถถึงไม่ติด (เลยวะ) เพราะปกติเส้นทางสายนี้การเดินอาจจะเร็วกว่านั่งรถเมล์เสียด้วยซ้ำ
ลางสังหรณ์ข้าพเจ้าถูกต้อง เมื่อปรากฏว่า รถเมล์ไม่เข้าป้ายสะพานอรุณอัมรินทร์ เนื่องจากกระเป๋าบอกว่ามีขบวนเสด็จ ข้าพเจ้าคิดในใจ แล้วจะขึ้นรถเมล์มาทำไมวะ
เท่านั้นยังไม่พอ ป้ายต่อไปคือโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีคนแก่ คนป่วย และผู้หญิงคนหนึ่งไม่แน่ใจว่าท้องหรือไม่ เตรียมจะลง แต่รถเมล์เจ้ากรรมดันจอดไม่ได้อีก ในระหว่างนั้นคนในรถเมล์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะปิดถนนทำไมกัน
รถเมล์ต้องเลี้ยวขวาไปจอดที่ป้ายซอยบ้านช่างหล่อ ข้าพเจ้าประคองคุณยายคนหนึ่งลงจากรถเมล์เนื่องจากท่านจะไปโรงพยาบาลศริราช ขณะที่เพื่อนร่วมชะตากรรมของข้าพเจ้าก็ปลอบใจกันเองว่า มันเป็นอย่างนี้ทุกวันแหละต้องแต่ในหลวงเข้าโรงพยาบาลเมื่อปี 52 แล้ว
มาถึงตรงนี้คนที่เสียหายนอกจากคนบนรถเมล์แล้วคือคนขับรถและกระเป๋า เพราะป้ายโรงพยาบาลศิริราชนั้นจะมีคนเป็นจำนวนมากที่จะมารอขึ้นรถเมล์
ข้าพเจ้าตัดสินใจข้ามถนนเพื่อเดินกลับไปข้ามสะพานอรุณอัมรินทร์ โดยไม่รอนั่งรถเมล์กลับไปเพราะไม่แน่ใจว่ามันจะปิดถนนนานสักเพียงใด ระหว่างนั้นมีเสียงตำรวจและทหารมาไล่รถ/ผู้คนเหมือนหมูเหมือนเหมือนหมา เพื่อให้ทาง “รับเสด็จ” สะอาด เรียบร้อย
มาถึงตรงนี้ข้าพเจ้านึกขึ้นมาว่า แล้วทหารมันมาเกี่ยวอะไรกับงานจราจรด้วยวะ
ข้าพเจ้าเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนว่าทหารและตำรวจเหล่านั้นสั่งให้หยุดเพื่อ "รับเสด็จ" เมื่อเดินมาป้ายรถเมลล์หน้าศิริราช รถขบวนเสด็จก็มาถึง โดยผู้ที่นั่งมาในรถคือสมเด็จฯราชินี โดยประมาณการรถติดตามประมาณ 20 คน (ไม่รวมมอเตอร์ไซค์) โดยข้าพเจ้าต้องรับเสด็จอย่างใกล้ชิดไม่เกิน 15 เมตร (ถ้านับความกว้างถนน 30 เมตร แล้วรถวิ่งกลางถนน)
ในระหว่างนั้นข้าพเจ้าสังเกตผู้คนรอบข้างที่ต้องติดค้างบนถนนนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเขา/เธอ เหล่านั้นคุ้นเคยกับการรับเสด็จ (อย่างไม่ตั้งใจ) เป็นเวลานานมาแล้ว
ข้าพเจ้านึกถึงบทสนทนาระหว่าง สิทธิ เศวตศิลา กับ เอกอัครราชทูต เอริก จี. จอห์น เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553 ที่ปรากฏในเอกสารวิกิลีกส์ เรื่อง : ประเทศไทย : เอกอัครราชทูตหารือกับเปรม ประธานองคมนตรี และบุคคล “ผู้ทรงอำนาจ” อื่นว่าด้วยเรื่องสถานการณ์ในหนึ่งปีต่อจากนี้ ตอนหนึ่งว่า
12. (เอส) พลอากาศเอกสิทธิได้แสดงความวิตกกังวลส่วนตัวเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตกต่ำลงในประเทศไทย โดยให้ข้อสังเกตว่าส่วนหนึ่งมาจากเรื่องเล็กน้อย เช่น การปิดถนนรับขบวนเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นรองจนทำให้การจราจรติดขัดมากเกินไป ก่อความรำคาญไม่หยุดหย่อนโดยไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องนี้สิทธิกล่าวว่าอาสา สารสิน ราชเลขาธิการ ได้เคยนำขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่เมื่อประมาณแปดปีก่อนแล้ว พระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยคล้อยตาม และมีพระบรมราชานุญาตให้อาสาไปกราบทูลพระบรมวงศานุวงศ์ให้ทรงทราบ และกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อจำกัดจำนวนข้าราชบริพารตามเสด็จ และวาระที่สมควรจะปิดกั้นการจราจร ทว่าไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
สิทธิบอกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเขาเองต้องติดอยู่บนถนนนานถึง 45 นาที ขณะกำลังกลับจากการประชุมกับเอกอัครราชทูตจีน เนื่องจากติดขบวนเสด็จ เขายังกล่าวเพิ่มเติมด้วยความทุกข์ใจว่า เรื่องที่ในปัจจุบันสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงมีพระบัญชาให้บ้านเรือนที่ขบวนเสด็จของพระองค์ผ่านต้องปิดหน้าต่างบนชั้นสองให้หมดนั้น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย นอกจากจะทำให้ประชาชนไม่พอใจมากยิ่งขึ้น < ฟ้าเดียวกัน (9:1 มกราคม –มีนาคม 2554 ) 72-73>
มาถึงตรงนี้ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งที่ ไพร่ อย่างข้าพเจ้า เรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูป” สถาบันกษัตริย์ มีแต่จะเหนื่อยเปล่า เพราะแม้แต่การท้วงติงของบรรดา “เครือข่ายราชสำนัก” ก็ไม่เป็นผล หรือว่าถึงที่สุดแล้วปัญหาของสถาบันกษัตริย์ อาจจะไม่ใช่เพราะไม่มีข้อเสนอให้มีการปฏิรูป แต่เพราะตัวสถาบันเองต่างหากที่ปฏิรูปไม่ได้
แม้แต่อยากจะปฏิรูปในเรื่อง “เล็ก ๆ น้อย ๆ” ก็ยังทำไม่ได้


No comments:
Post a Comment