Showing posts with label Media. Show all posts
Showing posts with label Media. Show all posts

Thursday, July 23, 2009

บุกสถานทูตสวิสพรุ่งนี้ร้องยุติปลดคนงาน1,959คน

from ThaiEnews http://thaienews.blogspot.com/2009/07/1959.html
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 กรกฎาคม 2552

หลัง การปลดพนักงานเกือบ2,000คน สหภาพแรงงานไทรอัมพ์นัดรวมตัว 1,000 คน ตรงข้ามเซนทรัลเวิลด์ เพื่อไปยื่นหนังสือยังสถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ 10 โมง 24 ก.ค.นี้ เรียนเชิญทุกท่าน ทุกองค์กรร่วมเดินขบวนไปหน้าสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์


เนื่อง ด้วย เวลา 10.00 น. วันที่ 24 กรกฏาคม พ.ศ.2552 สมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชันแนลแห่งประเทศไทย ประมาณ 1,000 คน จะรวมตัวกันบริเวณตรงข้ามเซนทรัลเวิลด์ใกล้แยกพระพรหม เพื่อทำการเดินขบวนไปยัง สถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ(ตรงข้ามสถานทูตอังกฤษ)

เพื่อที่จะยื่นหนังสือให้สถานทูต สวิสเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์หลักของนโยบายต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เคยประกาศไว้ คือส่งเสริมสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บรรเทาความยากจนในโลก รวมถึงเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมประชาธิปไตย รวมถึงประเทศสวิสเซอรแลนด์เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีประวัติศาสตร์ของการปก ป้องสิทธิมานุษยชนมาอย่างยาวนาน เป็นที่ตั้งสำคัญขององค์กรสิทธิต่างๆ รวมถึง ILO ด้วย

ดังนั้นเราจึงต้องการให้ทางสมาพันธ์สวิสเซอร์ แลนด์ติดตามวัตถุประสงค์ของตนเองอย่างเคร่งครัด ด้วยการเรียกร้องให้บริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ทำการเลิกจ้างพนักงานในไทย 1,959 คน โดยไม่ปรึกษาหารือกับพนักงานเพื่อหาทางออกที่สร้างสรรค์ในการลดผลกระทบก่อน รวมถึงในจำนวนผู้ที่ถูกเลิกจ้างยังประกอบด้วย สตรีกำลังตั้งครรภ์ คนพิการ และผู้สูงอายุ จำนวนมาก ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่สามารถหางานใหม่ได้ ดังนั้นเพื่อสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของนโยบายดังกล่าวจึงขอให้

- ยกเลิกประกาศการเลิกจ้างคนงานทั้งหมดของ บริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล

- ให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลตามหลักมาตรฐานแรงงานสากลและแนวปฏิบัติของบรรษัทข้าม ชาติ (OECD Guidelines) ตามหลัก OECD Guidelines for MNEs

- เปิดโอกาสให้องค์กรของลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานเข้าร่วมการปรึกษาหารือกับฝ่าย บริหารในการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคนงาน อันจะเป็นการลดความตึงเครียด ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายแรงงานกับฝ่ายบริหาร และหาทางออกอย่างสร้างสรรค์

- ปฏิบัติตาม CODE OF CONDUCT ของกลุ่มบริษัทไทรอัมพ์ฯ ซึ่งมุ่งเน้นถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิมนุษยชน ดังที่กล่าวไว้ในปฎิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(the “General Declaration Of Human Rights”) และพร้อมใจปฎิบัติตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้องขององค์กรแรงระหว่างประเทศ ( ILO) และข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ ขององค์การสหประชาชาติ ในด้านกฎระเบียบและการพัฒนาการปฎิบัติงานและสภาวะทางเศรษฐกิจ

อันจะ นำไปสุ่ การส่งเสริมสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บรรเทาความยากจนในโลก รวมถึงเคารพซึ่งสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมประชาธิปไตย

จึงเรียนมาเพื่อเชิญทำข่าวและเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

ผู้แจ้งข่าว:จิตรา คชเดช (หนิง)
สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย
087-020 - 6672
Skype : Jittra08

Monday, July 13, 2009

clip งานคนเสื้อแดงเดิน-วิ่งมินิมาราธอน ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒

From http://www.prachataiwebboard.com/webboard/wbtopic2.php?id=817231

โพสต์โดย : ว ฒ น
icon ID # 817231 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-12 23:51:55 _ แจ้งลบข้อความ





งานคนเสื้อแดงมินิมาราธอน

สัมภาษณ์คนเสื้อแดงออกกำลังกาย๑

สัมภาษณ์คนเสื้อแดงออกกำลังกาย ๒

สัมภาษณ์คนเสื้อแดงออกกำลังกาย ๓

ชาวต่างชาติพูดถึงรัฐบาลไทย

FARED:งานวื่งมินิมาราธอน

สัมภาษณ์จตุพร-บุรีรัมย์ไม่ใช่จังหวัดของเนวิน

สัมภาษณ์จตุพร-เรื่องการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง

สัมภาษณ์จตุพร-กษิต ผู้ก่อการร้ายสากล

สัมภาษณ์จตุพร-การลงพื้นที่อิสานของนายกรัฐมนตรี

สัมภาษณ์หมอเหวง-การแก้ปัญหาไข้หวัดของรัฐบาล


สวัสดีครับ-

นำภาพข่าวงานวันที่ ๑๑ มาฝาก
สนับสนุนให้ทำกิจกรรมลักษณะนี้เยอะๆครับ รวมตัวกันเล่นกีฬา จัดแข่งขันกีฬาต่างๆไม่ว่ากอลฟ ฟุตบอล ฯลฯ
หรือรวมตัวกันทำบุญ ทำประโยชน์หลากรูปแบบในสังคม

มีกิจกรรมการเมืองก็ร่วมมือกันพร้อมเพรียง

Tuesday, July 7, 2009

แพทย์ร่อน จม.เปิดผนึก แย้ง ก.สาธารณสุข ส่งสัญญานผิดเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ (2009 swine flu)

ที่มา เวบไซต์ thaiclinic
7 กรกฎาคม 2552


6 กค.2552


เรียน สื่อมวลชนทุกท่าน

การ ที่กระทรวงสาธารณสุขบอกว่า การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น สามารถทำได้ 3 อย่างคือ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมือ เท่านั้น


เป็น การส่งข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนไปสู่ประชาชน ทำให้ประชาชนไม่สามารถระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 และไม่สามารถควบคุมไม่ให้ผู้ป่วย แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ (ดังจะเห็นได้จากการมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากมาย ตัวเลขที่กระทรวงบอกว่า มีกี่รายนั้น อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะโรงพยาบาลไม่ได้ตรวจคัดกรอง หรือยืนยันว่าใครเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ ทุกๆ คน)


ทั้ง นี้ เพราะไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้น จะทำให้เกิดอาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล (เด็กๆ ก็จะมีทั้งน้ำมูก น้ำลายไหล)ใน น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ของผู้ป่วยเป็นไข้ไหวัดใหญ่ จะมีเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่มาก


เมื่อ คนเป็นหวัดไอ หรือจาม โดยไม่ใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก ก็จะทำให้มีเชื้อไวรัสแพร่กระจายออกมากับ ละอองน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ที่ไอ จาม หรืออาเจียนออกมา โดยละอองน้ำมูก น้ำลาย ฯลฯ ต่างๆ นี้ ก็จะมีเชื้อไวรัสปนออกมา ล่องลอยอยู่ในอากาศ


คน ที่อยู่ใกล้ชิด ที่หายใจเอาละอองน้ำมูกน้ำลาย ฯลฯ ของผู้ป่วย ก็จะได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปในทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย


ส่วน การที่ละอองน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ที่หลั่งออกมาจากผู้ป่วย และแพร่กระจายโดยการไอหรือจาม ก็อาจจะแห้ง กลายเป็นละอองเล็กๆ ล่องลอยในอากาศ ผู้ที่สูดหายใจเอาละอองแห้งนี้เข้าไป ก็อาจติดหวัดได้


ฉะนั้น การป้องกันไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไม่ว่าสายพันธุ์ใด จึงควรป้องกันการแพร่กระจาย โดยกาป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยไอ จาม สั่งน้ำมูก น้ำลาย เลอเทอะไปทั่ว โดยการใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูกเวลาไอ หรือจาม เพื่อไม่ให้ผู้ป่วย แพร่เชื้อไปยังผู้อื่นโดยปล่อยละอองน้ำมูก น้ำลาย ไปในอากาศ


ส่วน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสแล้ว แต่ยังไม่มีอาการไข้หวัด (ระยะฟักตัว 1-3 วัน ก่อนมีอาการ)แต่เขาก็มีเชื้อโรคที่สามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้แล้ว


ฉะนั้น ลมหายใจ น้ำมูก น้ำลาย เขาก็มีเชื้อโรคอยู่แล้ว เขาจึงอาจแพร่เชื้อได้โดยการจาม


ฉะนั้น การจะป้องกันไม่ให้ผู้ป่วย หรือผู้ได้รับเชื้อโรคแล้ว(แต่ยังไม่มีอาการ)แพร่เชื้อไปสู่อากาศ ก็ควรจะให้ผู้ป่วยทุกคน ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก (mask) เวลาออกไปนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อให้คนอื่น


ส่วน ผู้ยังไม่มีอาการ (ไม่ว่าจะได้รับเชื้อหรือไม่)ก็ควรจะมีผ้าปิดปากปิดจมูก เวลาออกไปยังที่ชุมนุมชน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันตนเอง มิให้สูดเอาเชื้อไวรัสจากอากาศ


ใน โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเยอะๆ ในปัจจุบันนี้ บุคลากรในโรงพยาบาล จึงต้องใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ และให้ผู้ป่วยใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเช่นกัน


หรือ คนอาจจะแพร่เชื้อให้คนอื่น จากการกินอาหารร่วมกัน โดยไม่ใช้ช้อนกลาง หรือมือของผู้ป่วยเอาไปเช็ดน้ำมูก น้ำลาย แล้วไปป้ายตาม ของเล่น (เด็ก)หรือจับประตู เอาน้ำมูกไปป้ายตามที่ต่างๆ ก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้


การ ล้างมือจึงสำคัญมาก เพราะถ้ามือเราไปจับสิ่งที่เปื้อนน้ำมูกน้ำลาย แล้วเอามาขยี้จมูก หรือเอาใส่ปากอม(เด็ก)หรือหยิบของกิน ก็จะทำให้เราได้รับเชื้อไวรัสได้ จึงต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำ และสบู่


ห้อง น้ำสาธารณะตามตลาดสด และร้านอาหาร มักไม่ค่อยมีสบู่ไว้สำหรับฟอกมือ จึงควรจะมีข้อบังคับด้านสุขอนามัยจากเทศบาล หรือกระทรวงสาธารณสุข ชี้ชวน(น่าจะออกเป็นประกาศกระทรวงบังคับ)ให้ห้องน้ำในที่สาธารณะ ตลาด และร้านอาหาร ต้องมีสบู่ไว้ให้ประชาชนล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ให้ติดเป็นนิสัย


เพราะการล้างมือนั้น จะสะอาดปราศจากเชื้อโรคได้ ก็ต้องฟอกด้วยสบู่ทุกครั้ง ไม่ใช่ล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว


และการล้างมือให้สะอาดนี้ นอกจากจะป้องกันโรคไข้หวัดแล้ว ยังป้องกันโรคท้องร่วง บิด อหิวาต์ ลำไส้อักเสบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ขอให้ช่วยแพร่ข่าวนี้ด้วย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไข้หวัดใหญ่ระบาดไปมากกว่านี้


พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา

กุมารแพทย์




คุณ InuyaRuoku

ต้องบอกไว้ก่อนว่า อย่าเอาการเมืองมายุ่งกับการแพทย์ และไม่ต้องการ discredit รัฐบาล

แต่ ต้องนำมาตั้งกระทู้ เพราะเป็นห่วงประชาชน เพราะ สธ. โดยเฉพาะ รมต.ส่งสัญญาณผิดๆ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับสื่อมวลชนว่า ล้างมืออย่างเดียว ป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ และไม่ติดทางการหายใจ

ทั้ง ที่สาเหตุหลัก คือการแพร่ติดต่อจากคนสู่คน ผ่านการถูกผู้ป่วยไอจามรดโดยตรง หรือหายใจเอาฝอยละอองเสมหะ น้ำมูก ผู้ป่วยเข้าไปในร่างกาย ในระยะ 1 เมตร ซึ่งทำให้การป้องกันที่ผ่านมาล้มเหลว

หากเข้าสู่การระบาดระลอกสอง อาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้มาก

รัฐบาล ควรนำเรื่องการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นวาระแห่งชาติ ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา ไวรัสวิทยา ที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ มาร่วมกันแก้ไข

ไม่ใช่เอาแต่พวก สธ.มากำหนดมาตรการป้องกันแบบ กล้า ๆ กลัว ๆ เอาใจนักการเมือง แบบตอนนี้

ขนาด รมต.พูดผิดๆ สื่อผิดๆ ก็ยังไม่กล้าทักท้ว

"จอน อึ๊งภากรณ์" เปิดเว็บ ' ilaw ' ชวนเขียนกฎหมายของประชาชน

ที่มา เวบไซต์ ประชาไท
7 กรกฎาคม 2552


วันนี้ (7 ก.ค. 52) - จอน อึ๊งภากรณ์ เปิดเว็บไซต์ไอลอว์ (iLaw) http://ilaw.or.th/ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมเสนอและแก้ไขกฎหมาย และผลักดันด้วยการล่าชื่อให้ครบหมื่น เพื่อเสนอเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา ตามมาตรา 142 และ 193 ของรัฐธรรมนูญ 2550

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าววานนี้ (6 ก.ค.) ว่า เว็บไซต์ไอลอว์ (iLaw) สนใจอยากเห็นและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนทั่วไป ในการเสนอกฎหมาย ซึ่งมากกว่าเพียงแค่ร่วมลงนาม แต่มีส่วนตั้งแต่การออกแบบเนื้อหา

" มักมีคนถามว่า แล้วเว็บไซต์ไอลอว์ จะแก้กฎหมายอะไร คำตอบคือ ไอลอว์จะเปิดพื้นที่ให้คนที่อยากเสนอกฎหมาย หรือมองเห็นปัญหาแล้วอยากแก้ไขในกฎหมาย มีโอกาสผลักดันข้อเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยชุมชนช่วยกันบอกข้อเสนอที่อยากแก้ จากนั้นจะมีทีมงานนักกฎหมาย ช่วยปรับให้มันเป็นร่างกฎหมาย" นายจอนกล่าว

นายจอนกล่าวว่า จากประสบการณ์ที่เคยทำงานเป็นสมาชิกวุฒิสภา อยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ งานหนึ่งที่เป็นหน้าที่หลัก คือการแปรญัตติกฎหมาย แม้พบว่ามีอุปสรรคมากมาย และต้องเจอกระบวนการที่ซับซ้อน แต่ก็เชื่อว่า มันเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ประชาชนทั่วไปก็สามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนนิติศาสตร์มาโดยตรง เพราะแม้แต่ ส.ส. และ ส.ว. เอง ก็มีความหลากหลาย และไม่ใช่ทุกคนที่เป็นนักกฎหมาย

"โดยทั่วไป กว่ากฎหมายจะออกมาได้แต่ละฉบับ ต้องเจอขั้นตอนซับซ้อน แม้ปัจจุบัน กฎหมายจะเอื้อให้ประชาชนครบหมื่นชื่อ เสนอกฎหมายได้ แต่การจะสร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมจริงๆ มันต้องมีช่องทางและโอกาส ที่เอื้อให้ประชาชนเข้าถึงการแก้ไขกฎหมายได้จริง ซึ่งขั้นนี้ น่าจะเป็นช่องทางสำคัญ ก่อนจะนำไปสู่การล่าชื่อให้ครบหมื่นชื่อ"

นาย จอนเสริมว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน มันสอดรับกับกระแสโลกออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอินเทอร์เน็ตเป็นแบบจำลองของระบอบประชาธิปไตย ที่ค่อนข้างท้าทายระบอบประชาธิปไตยในการเมืองทั่วโลก

"อยากเชิญชวน ให้ทุกคนมาสร้างสรรค์กฎหมาย แม้ว่ากฎหมายจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม แต่สิ่งสำคัญคือ มันจะช่วยสร้างอำนาจการต่อรองให้แก่ประชาชน ในการเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดี" จอนกล่าว

โดยในวันนี้ (7 ก.ค.) เว็บไซต์ไอลอว์ http://ilaw.or.th/ ซึ่งดำเนินงานโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ภายใต้มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนกล่าวว่า เว็บไซต์ไอลอว์ จะสนับสนุนการเสนอกฎหมายที่ไม่ขัดกับจุดยืนเรื่องความเป็นธรรม และเท่าเทียมกันในสังคม ไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ และเคารพในระบอบประชาธิปไตย

ปัจจุบัน ในเว็บไซต์ไอลอว์ มีเนื้อหาที่เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนว่า มีความ สนใจอยากแก้ไขกฎหมายใดบ้าง ซึ่งสามารถระดมข้อเสนอได้กว่าร้อยประการ นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่อยู่ระหว่างการเปิดประเด็น ระดมความเห็น เพื่อแก้ไขกฎหมาย อาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องมีแต่คนไทย .. ที่ไร้สี

โดย คุณ พญาไม้
ที่มา เวบไซต์ บางกอกทูเดย์
7 กรกฎาคม 2552

“การ แก้ปัญหาเศรษฐกิจมีหลายทาง อย่าเพียงแต่นำเสนอ วิธีการที่ง่ายที่สุดขณะนี้ คือหยุดสร้างความแตกแยกในประเทศ หากไม่มีความขัดแย้ง ประเทศก็สงบ”

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ..โต้ตอบคำกล่าวของ ทักษิณ ชินวัตร ..ที่ใดมีความแตกแยก ที่นั่นย่อมมีปัญหา

รองนายกรัฐมนตรี ..แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ..เข้าใจถูก และกล่าวถูก

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ..ความแตกแยกในประเทศนั้น ..มันเริ่มต้นจากสถานที่ใด ..ใครคือผู้สร้างมันขึ้นมา

จะต้องกรอเทปกลับกันไปกี่ม้วน ..จะต้องทวนความย้อนหลังกันไปนานเท่าใด ..จึงจะถึงจุดเริ่มต้นแห่งความพินาศย่อยยับของประเทศในวันนี้

และเมื่อถึงจุดเริ่มต้นของเหตุแห่งความแตกแยกแล้ว ..เราจะกล้ารับความจริง กล้าที่จะพูดถึงความจริงในครั้งนั้นได้หรือไม่..

ใน ประชาธิปไตยที่ ..สิทธิเสรีภาพในการพูด คิดและเขียน ..เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่จารึกไว้ในรัฐธรรมนูญ ..แต่ยังมีวรรคและวงเล็บอีกมากมาย ที่มิให้เสรีภาพในการพูด คิด และขีดเขียนเป็นไปโดยเสรีนั้น

เราอาจจะขุดได้ ย้อนเวลากันไปถึงวันที่ความแตกแยกได้เริ่มต้นขึ้น ..แต่จะมีประโยชน์อะไร ..เมื่อเอามาพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

ที่ต้องถามกันต่อก็คือ ..เราจะหยุดความแตกแยกของประเทศได้อย่างไร

แน่ นอนที่สุด ..ย่อมมิใช่การได้แต่พูดถึง อย่างที่รองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ..ตอบโต้ออกมา ..และคงไม่ใช่อย่างที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ..ระเบิดใส่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ..เพียงแค่ ..นักข่าวเขาบอกว่า ..ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เขาพูดว่า...เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหมายเลข 1 ของรัฐบาลพรรคร่วม..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ..จะต้องหนักแน่นกว่านี้..

ความเป็นผู้ดีนั้น มันไม่ใช่อยู่ที่เกิดมาดี มีการศึกษาสูง หรือคลอดอยู่ในตระกูลที่มั่งคั่งมั่งมี

ความเป็นผู้ดี มันไม่มีชาติกำเนิด ..แต่มันจะเกิดเฉพาะกับคนที่เป็นผู้ดี

ท่านนายกรัฐมนตรี ..ต้องข่ม ต้องรอบคอบต่อการรับฟัง ..และต้องช้า และยอมเสียเวลา ก่อนที่จะต้องตอบคำถาม ..ที่จะนำไปสู่ความแตกแยก

บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ..มันมีแต่คนไทย

คน ไทยที่ไร้สี ..บนหน้าที่นายกรัฐมนตรี ..ท่านมีทุกจังหวัดต้องดูแล ..หมายเลขต้นของคนบริหารประเทศ ..ต้องไม่มีทั้งทักษิณ ชินวัตร ..หรือพรรคเพื่อไทย..

มันมีแต่ภาระหน้าที่ ที่จะทำให้แผ่นดินนี้ ..สงบและเป็นสุขปลอดภัย และมั่งคั่ง

การเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว ..หยุดคิดถึงมัน ..ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ..ก็จะมาถึง

Sunday, July 5, 2009

พันธมิตรฯ ชิคาโก สุดคึกคัก (ยินดี โด้ย เด้อ! )

From http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076150

พันธมิตรฯ ชิคาโก ต้อนรับ "สมเกียรติ" สุดคึกคัก(1)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กรกฎาคม 2552 02:02 น.


" สมเกียรติ" เดินสายถึง ชิคาโก พี่น้องพันธมิตรฯ ให้การต้อนรับอบอุ่น หลั่งไหลเดินทางเข้าร่วมงานเสวนา ภาคประชาชน "รวมพลคนรักชาติ" พร้อมขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

วันนี้(5 ก.ค.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายเทิดภูมิ ใจดี นักการเมืองอาวุโส และนายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ดำเนินรายการทางเอเอสทีวี พร้อมด้วยคณะเดินสายพบปะพี่น้องพันธมิตรฯ ในทวีปอเมริกาเหนือจำนวน 11 เมือง เพื่อ1. รับฟังความคิดเห็นถึงการปฏิรูปสังคมไทยไปสู่การเมืองใหม่ และการเมืองไทยปัจจุบันในสายตาของคนไทยในต่างประเทศ 2.ให้ชาวไทยในต่างประเทศได้รับทราบถึงความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรมของ คดีที่เกี่ยวข้องกับระบอบทักษิณ และเบื้องหลังของคดีลอบสังหารคุณสนธิ ลิ้มทองกุล 3.สร้างความสามัคคีและรำลึกถึงการต่อสู้ 193 วันของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยในงานเสวนา ภาคประชาชน "รวมพลคนรักชาติ" สุดชื่นมื่นได้รับการตอบรับจาก พี่น้องพันธิมิตรฯ ชิคาโก เป็นอย่างดี ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นพบปะพูดคุยกันตามประสาเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน พร้อมกับถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และสิ่งที่มีให้เห็นไม่เคยขาดในทุกงานจนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ คือน้ำใจพี่น้องพันธมิตรฯ ที่มีการนำอาหารมาเลี้ยง พร้อมกับสนับสนุนเงินช่วยเหลือเอเอสทีวี เหมือนเดิม