รายงานพิเศษ แก้รัฐธรรมนูญ : แก้อะไร แก้อย่างไร
เขียนโดย ไท เมื่อ 24 October, 2009 - 10:47 tags:รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นดอกผลของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กย. 2549 แม้ว่าการยกร่างจะทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ และผ่านกระบวนการลงประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ แต่พรรคฝ่ายค้าน กลุ่มเสื้อแดงและประชาชนจำนวนมาก ได้ต่อสู้ เรียกร้องให้ยกเลิกหรือแก้ไขอย่างไม่หยุดหย่อน จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องและวิกฤติทางการเมืองตลอดมา
แม้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่ ก็ยอมรับว่า เพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์ทางการเมืองและปัญหาข้อขัดข้องในระบอบประชาธิปไตยของ ไทย จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 จนนำไปสู่การประชุมร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือประเด็นที่จะแก้ไข
แต่ปัญหาว่า ควรต้องแก้อะไร และแก้ไขอย่างไร ก็เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันของทุกฝ่ายตลอดมา ทำให้ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นปัญหาสำคัญที่บ่งช้ว่า การเมืองของไทยจะมุ่งไปในทิศทางใด จึงขอรวบรวมข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ มาพิจารณา ดังนี้
1. สมคิด เลิศไพฑูรย์ : ‘รัฐธรรมนูญเป็นจำเลย’
"การปกครองประชาธิปไตยคือของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน “ของ”ไม่ต้องพูดนะ ผมจะพูด “โดย” กับ “เพื่อ” รัฐธรรมนูญ 2540 เน้นว่าโดยประชาชน แต่ถามว่าคนในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อประชาชนไหม มีปัญหาเยอะมาก รัฐธรรมนูญ 2550 โดยประชาชนน้อย แต่เพื่อประชาชนเยอะ"
"เรากำลังเอาคนที่มีส่วนได้เสียมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง แน่นอนอาจจะมีคำอธิบายทางวิชาการ แต่ว่าคำอธิบายทางวิชาการก็เป็นคำอธิบายที่นักการเมืองอธิบายกันเอง เช่น การเลือกตั้งเขต 1 คนกับเขตละ 3 คน ทางวิชาการอาจบอกว่าเขตละคนดีกว่า เพราะทำให้การออกเสียงเลือกตั้งของคนมีความเสมอภาค 1 เสียงเท่ากันหมด
แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า คราวนี้พรรคที่อยากกลับไปสู่ระบบเขตละคน ไม่ได้คิดว่าข้อดีของระบบเลือกตั้งคืออย่างนี้หรอก แต่คิดว่าถ้าเขตละคน พรรคฉันได้ดีกว่าไหม คือถ้าคิดไปตามหลักการนี่ผมไม่ว่าเลย แต่มันไม่ได้คิดไปตามหลักการ"
"ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีเขาจะตัดสินไปในทิศทางใด ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะไปรับผิดชอบได้อย่างไรเล่า ผู้พิพากษาไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขามาของเขาเอง เราไปบังคับเขาไม่ได้ ถ้ามองว่าบางช่วงเขาเข้าข้างพรรคนี้ บางช่วงเขาเข้าข้างพรรคนั้น เราก็ไม่อยากให้เขาเข้าข้างหรอก แต่ว่าถ้าเขาเข้าข้างพรรคการเมืองไหน จะโทษรัฐธรรมนูญได้ที่ไหนเล่า"
อ่านต่อที่ ประชาไท
2. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ‘มันเลยไปแล้ว’
"มันเลยไปแล้ว เราสร้างปมขึ้นมา ขมวดกันจนยุ่งเหยิงขนาดนี้ ผมเห็นว่าเลยมาแล้ว ผมก็นั่งดูแล้วครับตอนนี้ ผมไม่คิดว่าจะเปลี่ยนอะไรกันได้ หลังจากที่เห็นการวินิจฉัยขององค์กรต่างๆ มาในช่วง 2 ปี... เราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะหักเลี้ยวออกไปทางไหนอย่างไร"
“ข้อจำกัดของการอภิปรายรัฐธรรมนูญของเรา ก็คือข้อจำกัดในเรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ เราจะเห็นว่าตอนที่มีการเปลี่ยนบทบัญญัติเรื่องนี้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2534 เรื่องของการสืบราชสันตติวงศ์ ที่แต่เดิมเป็นเรื่องความเห็นชอบของรัฐสภา ให้กลายมาเป็นรัฐสภารับทราบ
โดยที่มีการตั้งรัชทายาทเอาไว้ ประเด็นเรื่องอำนาจในการเสนอชื่อผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประเด็นเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ เรื่องเหล่านี้ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในตอนหลัง รวมทั้งประเด็นเรื่ององคมนตรี
ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารของ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ปี 2490 ซึ่งคราวนั้นคณะอภิรัฐมนตรีได้ถือกำเนิดขึ้นในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2490 คณะอภิรัฐมนตรีนี่เองที่ได้กลายเป็นคณะองคมนตรีในรัฐธรรมนูญปี 2492"
อ่านต่อที่ ประชาไท
3. อมร จันทรสมบูรณ์ : เราต้องการ Statesman
"ทางออกของประเทศไทย ต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้มีการผูกขาดโดยพรรคการเมืองนายทุนธุรกิจ คนที่จะล้มได้คือหนึ่งแก้ด้วยพลังประชาชน หรือสองโดยรัฐประหาร แต่รัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่ใช่การทำรัฐประหารเหมือนครั้งก่อน
คืออย่าเข้ามาใช้อำนาจรัฐเพื่อตนเอง แต่ต้องตั้งใจที่จะแก้ด้วยการสร้างระบบที่ถูกต้อง"
อ่านต่อที่ ประชาไท
4. แก้วสรร อติโพธิ : ‘รธน.กฎหมายภาษี’
"รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นการร่างรัฐธรรมนูญในเชิงกลยุทธ์ ดูการอภิปราย ดูตรรกะต่างๆ มันเป็นเรื่องเอารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายภาษีอากร เวลาคุณร่างกฎหมายภาษีคุณเห็นช่องว่างแล้วคุณจะร่างไล่ดักอุดรูช่องนั้นช่อง นี้ ประมวลรัษฎากร 300 มาตรา ละเอียดยิบจนปัจจุบันก็ยังละเอียดไม่พอ ถ้ากฎหมายภาษีไม่ว่าเพราะเขียนกฎหมายเพื่อที่จะปราบคนหนีภาษี เอาคนเหี้ยมาตั้งแล้วเราก็เขียนดักมัน แต่รัฐธรรมนูญคิดอย่างนี้ไม่ได้"
"ผมว่ามันไม่ปกติแล้วล่ะ มันต้องฟัดกันจนให้รู้เรื่อง ...ขณะที่เราพูดถึงรัฐธรรมนูญอย่างนั้นอย่างนี้ ที่จริงสถานการณ์ประเทศอาจจะหนักหนากว่าที่เราเข้าใจก็ได้ มันอาจจะไม่มีโอกาสมาร่างรัฐธรรมนูญหรืออะไรไม่รู้ด้วยซ้ำไป
เกมมันอาจจะเศร้าขนาดนั้นนะ ส่วนตัวผมลึกๆ ผมกลัวเราจะเหมือนฟิลิปปินส์ มันจะ down"
อ่านต่อที่ ประชาไท
5. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : ต้องแก้ไข พระราชอำนาจในการแต่งตั้งองคมนตรีและการสืบสันตติวงศ์
“ประเด็นแรกคือ องคมนตรีที่เป็นปัญหาในปัจจุบันนี้ที่องค์มนตรีเข้ามายุ่งกับการเมืองเยอะ มาก.. เพราะรัฐธรรมนูญให้พระราชอำนาจในการแต่งตั้งองคมนตรีทั้งหมด ไม่ให้สังคมควบคุมตรงนี้เลย.. องค์มนตรีถ้าจะมี ก็ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของสังคมหรือกระบวนการประชาธิปไตยโดยรวม
“ตัวอย่างที่สองที่ยิ่งสำคัญเข้าไปใหญ่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ก็คือการสืบราชสันตติวงศ์ ..คณะรสช. เมื่อ 2534 ได้ยกอำนาจเกี่ยวกับการสืบสันตติวงศ์ และ..อำนาจในการแก้ไขกฎมณเฑียรบาล 2467 ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมด ..
รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ในบทแรก ๆ ด้วยซ้ำว่า พระมหากษัตริย์ทรงในอำนาจผ่านสภานิติบัญญัติในทางกฎหมาย ซึ่งมันขัดกับหลักการพื้นฐานข้อนี้ เท่ากับยกกฎมณเฑียรบาล 2467 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญเอง
“ยังมีตัวอย่างเล็ก ๆ ซึ่งความจริงไม่เล็ก ก็คือ รัชกาลปัจจุบันสามารถมีพระราชดำรัสโดยสด ก็คือ กล่าวสดๆ ซึ่งมีความสำคัญกับการเมืองไทยมาก และขัดหลักการประชาธิปไตย
คนที่รู้เรื่องนี้ดีมากคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอง เพราะในปี 2502 ทรงมีพระราชดำรัสสดเป็นครั้งแรกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วพระองค์ทรงพูดกับนิสิตเองว่า จริงๆ แล้ววันนี้ไม่ได้ร่างมา เป็นการพูดสดๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นประเพณีที่ไม่ควรทำ
ฉะนั้นพวกนี้เป็นตัวอย่างของพระราชอำนาจที่ขัดกับหลักการประชาธิปไตย
อ่านต่อที่ เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน
6. ชินวรณ์ บุณเกียรติ : รัฐบาลจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นต่อไป
วันที่ 22 ตค. 2552 นายชินวรณ์ บุณเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะทำงานยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม 2550 ทั้ง 6 ประเด็น โดยจะให้คณะทำงานไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 6 ฉบับ และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง ในวันที่ 12 พ.ย.โดยยืนยันว่าจะต้องทำประชามติ เพื่อถามความเห็นของประชาชน
อ่านเพิ่มเติมที่ ไทยรัฐ
7. เฉลิม อยู่บำรุง : ต้องนำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมา
22 ตค. 2552 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ยืนยันหลักการให้นำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมา และให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย ..การแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน
อ่านต่อที่ astvผู้จัดการ
นับจากไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อปีพศ. 2475 นับถึงปัจจุบัน เวลาก็ล่วงมาถึง 77 ปี แล้ว
ที่ผ่านมาระบอบประชาธิปไตยของไทย ได้ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ปัญหาหลักๆ ของประชาธิปไตยและการเมืองของไทยคือ ไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีประสิทธิภาพและทุจริตคอรัปชั่น มีการรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สิบกว่าครั้ง ทำให้เกิดวิกฤติการเมืองขึ้นตลอดเวลา ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
สังคมไทย กำลังทนไม่ไหวกับความขัดแย้งและวิกฤติทางการเมืองที่ยืดเยื้อเรื้อรังออกไปเรื่อย ๆ ดังกล่าว
ความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนไทย จำนวนมาก บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง จึงขอให้ผู้รักประชาธิปไตยทุกหมู่เหล่า จงร่วมมือกันผลักดันให้ระบอบประชาธิปไตยของไทย พัฒนาก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเถิด
No comments:
Post a Comment