Tuesday, October 27, 2009

ประเวศ วะสี : ขอให้คุณทักษิณเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ของมนุษยชาติ / จดหมายถึงคุณหมอประเวศ วะสี

http://www.siamintelligence.com/thaksin-is-a-force-of-transformation/

 

ประเวศ วะสี : ขอให้คุณทักษิณเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ของมนุษยชาติ

October 21, 2009

คุณทักษิณที่รัก

ใครๆ ก็ลงความเห็นว่า คุณทักษิณเป็นคนที่มีศักยภาพยิ่งกว่าใครๆ ในแผ่นดิน ที่จะบันดาลให้เกิดความปั่นป่วนก็ได้หรือความสงบก็ได้ นายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่ถูกรัฐประหารแล้วจะไปลับ แต่คุณเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ สั่งให้พรรคเพื่อไทยซ้ายหัน ขวาหันก็ได้ ทำให้มวลชนคนเสื้อแดงคึกคักหรือซบเซาก็ได้ ไม่มีใครมีศักยภาพที่จะทำได้เท่าคุณทักษิณ

เมื่อพบกันครั้งสุดท้ายในงานศพภรรยาอาจารย์หมอแสม พริ้งพวงแก้ว ขณะนั้นคุณเป็นนายกรัฐมนตรี คุณกล่าวถึงผมว่า มาตรฐานของผมสูงเกินคุณยังทำไม่ได้ ผมว่ามาตรฐานของผมไม่สูงหรอก แต่คุณนั่นแหละมีศักยภาพสูงมาก ที่จะทำเรื่องใหญ่ๆ ใหญ่กว่าเรื่องที่คุณกำลังทำอยู่ขณะนี้

ผมคิดว่าขณะนี้ประเทศติดอยู่ในหลุมดำแห่งวิกฤตการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิด มิคสัญญี กลียุค เพราะกรรมร่วมหลายอย่างบรรจบกัน ซึ่งรวมเรียกว่าปัญหาเชิงโครงสร้าง ในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา แนวคิดทางการเมืองอยู่ในเรื่องการโค่นล้มและการแก้แค้นกันไปมา เมื่อคณะราษฎรโค่นล้มเจ้า พวกเจ้าก็โค่นล้มคณะราษฎร หลัง 14 ตุลาเมื่อเห็นว่าขบวนการนักศึกษาชักจะมีอำนาจมากก็เกิดการฆ่านักศึกษากลาง เมือง เมื่อ 6 ตุลาคม แนวทางกระทำและปฏิกิริยาต่อการกระทำดำเนินเรื่อยมา และก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่คนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

จริงอยู่คุณทักษิณสามารถ shake loose หรือเขย่าให้ทุกองค์กรและสถาบันในประเทศไทยหลวมหมด ซึ่งอาจมองว่ามีข้อดีที่จะประกอบเครื่องไปสู่การพัฒนาระดับใหม่ (New Order) แต่ก็สุ่มเสี่ยงเกินไปที่จะหลุดเข้าไปสู่มิคสัญญีกลียุค เพราะในยามที่สังคมมีอารมณ์รุนแรง ย่อมเกิดการรับรู้ผิดๆ และคิดผิดๆ ไม่มีปัญญาพอที่จะใช้วิกฤตเป็นโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้

ผมไม่คิดว่าการต่อสู้ตอบโต้กันไปมาอย่างที่เป็นไปขณะนี้จะสามารถพาสังคม ไทยออกจากหลุมดำแห่งวิกฤตการณ์ได้ วิกฤตการณ์ของเราใหญ่และลึกเกินกว่าที่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันจะมีพลังพอ ที่จะขยับสังคมไทยออกจากมหาวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้

เราต้องการอะไรที่ใหญ่กว่านั้น

แล้วไอ้ที่ว่าใหญ่กว่านั้นมันคืออะไร

เรื่องใหญ่ที่สุดคือ จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness)

คนไทยเรามีจิตสำนึกเล็กๆ แคบๆ มองไม่เห็นทั้งหมด ทำเฉพาะส่วนอย่างแยกส่วน ทำเพื่อตนและพวกตน นำไปสู่การเสียดุลยภาพอย่างรุนแรงทั้งหมดทั้งสิ้น คือเสียดุลระหว่างกายกับใจ เสียดุลทางสังคมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเมือง การเสียดุลยภาพคือ ความเจ็บป่วย และนำไปสู่การล่มสลาย

วิถีดุลยภาพคือทางไป

แต่วิถีดุลยภาพเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเรายังมีจิตสำนึกเล็กๆ แคบๆ เราต้องการจิตสำนึกใหม่ที่เป็นจิตสำนึกที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด (The Same Oneness) ของคนทั้งหมดและธรรมชาติทั้งหมด

จิตสำนึกใหม่ที่เข้าถึงความเป็นทั้งหมดจะทำให้เป็นอิสระ มีความสุขอันลึกซึ้ง เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ดำเนินไปบนวิถีดุลยภาพได้

จิตสำนึกใหม่ที่ว่านี้เกิดขึ้นได้จริงๆ คุณลองไปอ่านเรื่องของมนุษย์อวกาศที่ชื่อ Edgar Mitchell เมื่อเขายืนบนดวงจันทร์ มองมาเห็นความเป็นหนึ่งเดียวของโลกใบนั้น จิตเขาเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง เขากล่าวว่า “I came back to Earth, a totally changed man” เขารู้ว่าจิตสำนึกใหม่เกิดขึ้นได้ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมันมหัศจรรย์เพียงใด จึงตั้งสถาบันที่เรียกว่า Instiute of Noetic Sciences ที่แคลิฟอร์เนีย เพื่อค้นคว้าวิจัยและเผยแพร่เรื่องจิตสำนึกใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องไปนอกโลก แต่มีวิธีอันหลากหลายที่ทำให้เกิดขึ้น ขณะนี้หนังสือกลุ่มที่ขายดีที่สุดในโลกคือ กลุ่มที่เกี่ยวกับจิตสำนึกใหม่ เพราะในตะวันตกเกิดตระหนักกันมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ว่าวิกฤตโลกคราวนี้เป็นวิกฤตอารยธรรม หรือแบบแผนการดำรงชีวิต ไม่มีทางที่มนุษย์จะดำเนินไปในอารยธรรมเดิม โดยไม่ทำลายดุลยภาพของการอยู่ร่วมกัน ลาสโก โกรฟ และรัสเซลล์ ในหนังสือของเขาชื่อ Consciousness Revolution เห็นว่าทางเดียวเท่านั้นที่มนุษยชาติจะอยู่รอดได้ คือการปฏิวัติจิตสำนึก

หนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ปีเตอร์ รัสเซลล์ เขียนคนเดียวชื่อ Waking up in time ก็ทำนองเดียวกันที่ไม่เห็นว่าโลกจะรอดได้เพราะเทคโนโลยีใหม่หรือเศรษฐกิจ ใหม่ใดๆ นอกจากจิตสำนึกใหม่

วิถีทางใหม่ที่มนุษยชาติ คือวิถีดุลยภาพ

ซึ่งจะเป็นไปได้ด้วยจิตสำนึกใหม่เท่านั้น

วิกฤตการณ์ประเทศไทยก็เช่นเดียวกับวิกฤตการณ์โลก ที่เกิดจากการดำเนินไปบนวิถีที่ขาดดุลยภาพไม่มีทางออกด้วยการแก้เล็กแก้น้อย หรือด้วยการทะเลาะวิวาทแบบเด็กตีกัน แต่เราต้องการวิถีทางใหม่ซึ่งเป็นวิถีดุลยภาพ ซึ่งจะเป็นไปได้ต่อเมื่อคนไทยมีจิตสำนึกใหม่

ถ้าคนไทยมีจิตสำนึกใหม่ เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทยทั้งหมด จะเกิดความเป็นอิสระเกิดความสุขอย่างล้ำลึก เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด นำไปสู่วิถีชีวิตใหม่ที่ก้าวข้ามความขัดแย้งและความติดขัด

คุณทักษิณ คุณเป็นคนมีศักยภาพสูงที่จะทำเรื่องใหญ่ ปล่อยความแค้นหรือการคิดแก้แค้นใดๆ เพราะมันอยู่ในอกุศลภูมิแห่งโลภะ โทสะ โมหะ เท่านั้นเอง คุณต้องไปทำเรื่องใหญ่กว่านั้น คือเรื่องการสร้างจิตสำนึกใหม่ของคนไทยทั้งหมดและมนุษย์ในโลกด้วย ด้วยศักยภาพของคุณผมคิดว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงจากการทำเพราะแรงแค้น อันเป็นเรื่องในระดับต่ำๆ ไปสู่การทำงานใหญ่เรื่องสร้างจิตสำนึกใหม่ คุณจะพบความสงบและความสุขที่ไม่เคยได้พบมาก่อน ใครๆ ก็จะหันมารักคุณ และในที่สุดอย่าว่าแต่เรื่องเงิน 70,000 กว่าล้านของคุณเท่านั้นเลย ใครๆ ก็อยากจะเห็นคุณมีมากๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพของคุณในการทำเพื่อเพื่อนมนุษย์

คุณมีหลานสาวคนหนึ่งที่มีความรู้ความชำนาญเรื่องจิตสำนึกใหม่ ถ้าคุณสนใจเรื่องนี้ เขาคงยินดีเดินทางมาพบคุณที่ดูไบหรือที่อื่นใด ผมขออธิษฐานให้คุณเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ของมนุษยชาติ

ด้วยความระลึกถึง
ประเวศ วะสี

http://www.prachatai.com/journal/2009/10/26366

จดหมายถึงคุณหมอประเวศ วะสี

Wed, 2009-10-28 01:13

คุณ หมอค่ะ หนูนอนไม่ค่อยจะหลับ เป็นเวลาร่วมตีสี่แล้วค่ะ หนูรู้สึกกระส่ายกระสับนอนไม่หลับ   นับตั้งแต่หนูได้อ่านจดหมายของคุณหมอที่เขียนถึงอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ

หนูอ่านจดหมายของคุณหมอตั้งเกือบสิบรอบนะค่ะ หนูก็เกิดอาการกำเหริบทางสมอง ขึ้นมาทันที  มันทำให้หนูสับสนนะค่ะ

ในฐานะที่หนูจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่งมาเกือบสิบปีแล้ว หนูรู้สึกว่า ความเข้าใจเรื่องการเมือง เรื่องประชาธิปไตยที่หนูเล่าเรียนมามันไม่เหมือนที่คุณหมอพูดในจดหมายเลยนะ ค่ะ

หนูก็เลยต้องไปรื้อหนังสือเก่าๆ ที่เก็บไว้นานในลังพุๆ ของหนู ก็หนูไม่ร่ำรวยพอที่จะมีตู้ชั้นหนังสือเหมือนคนอื่นเขาค่ะ  หนูยังเป็นคนจนแม้ว่าหนูจบปริญญาตรี  หนูเคยสอบปลัด สอบรับราชการมาหลายตำแหน่งหลายสิบครั้งแล้ว

แต่หนูไม่ได้ หนูไม่มีเส้นค่ะ หนูไม่มีอภิสิทธิ์ค่ะ หนูก็เลยตัดสินใจมาเป็นแม้ค้าขายข้าวหน้าเป็ด เลี้ยงชีพน่ะค่ะ  ก็พออยู่ได้ค่ะ

หนูไม่ได้คิดถึง อริสโตเติล   เพลโต   มาเคียลแวลี่   รุสโส  จอนล็อค และหลายคนที่เป็นนักปรัชญามานานแล้ว  และหนูลืมพวกเขาไปด้วยว่าคนไหนชอบประชาธิปไตย คนไหนชอบเผด็จการ หนูก็เลยได้ทบทวนจากจดหมายของคุณหมอค่ะ  ทั้งๆที่หนูเมื่อก่อนทำเกรดเรื่องพวกเขาได้ดีมากนะคะ (หนูขอเวอร์หน่อยนะคะ)

แต่พออ่านจดหมายคุณหมอก็เลยทำให้หนูต้องกลับมาอ่านว่านักปรัชญาพวกนี้เขา คิด เขาอภิปรายกันว่าอย่างไรกัน  ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง กับประชาธิปไตย มันเหมือนความคิดของคุณหมอไหม  

คุณหมอบอกว่า นายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่ถูกรัฐประหารแล้วจะไปลับ แต่คุณเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว(ทักษิณ) ที่รัฐประหารก็กินไม่ลง หนูดีใจนะค่ะที่รัฐประหารกินไม่ลง  หนูก็ไม่อยากกินด้วย  ไม่เหมือนตอนนายกรัฐมนตรีชาติชาย ที่หนูถูกบังคับให้ต้องกิน ขอโทษจนหนูอ้วกแตกค่ะ

เพราะอะไรหรือค่ะ ก็เพราะอาจารย์รัฐศาสตร์ที่สอนเรื่องประชาธิปไตย บอกหนูว่าการรัฐประหารไม่ใช่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบบให้ต่างจากเก่า เพียงแต่เปลี่ยนผู้นำ ผู้มีอำนาจโดยการใช้กองกำลังติดอาวุธของทหารเท่านั้น
ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เหมือนที่คุณหมอปรารถนาเลยค่ะ

เราไม่ควรดีใจหรือค่ะคุณหมอ ถ้าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ประชาชนเขาไม่ยินดีกับพวกรัฐประหารเหมือนที่ผ่านมา ก็เท่ากับว่า  ประชาชนเขามีจิตสำนึกใหม่คือจิตสำนึกประชาธิปไตยไงค่ะ ไม่ใช่จิตสำนึกเก่า ที่ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตนเองเหมือนสำนึกแบบอำมาตศักดินาอุป ถัมป์ที่ครอบงำสังคมไทยอยู่

ประชาชนเขาเป็นพลเมืองactive กันแล้ว ไม่ใช่ไพร่  คุณหมอก็เคยต้องการให้พลเมืองเป็นแบบนี้มิใช่หรือค่ะ?
หนูและคุณหมอก็ควรดีใจ ใช่ไหม เมื่อประชาชนไม่ยอมเป็นทาสพวกอภิสิทธิ์ชนกันแล้ว

เหมือนที่จดหมายคุณหมอบอกว่า
เราต้องการอะไรที่ใหญ่กว่านั้น
แล้วไอ้ที่ว่าใหญ่กว่านั้นมันคืออะไร?
เรื่องใหญ่ที่สุดคือ จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness)  ไงค่ะคุณหมอ
คนไทยเรากำลังมีจิตสำนึกกว้างใหญ่ มองเห็นทั้งหมด ไม่ทำเฉพาะส่วนอย่างแยกส่วน ไม่ทำเพื่อตนและพวกตน แต่ทำเพื่อประชาธิปไตย เพื่อประเทศชาติที่ก้าวหน้า นำไปสู่การการพัฒนาสังคมที่ดีขึ้น ใช่ไหมค่ะ
 

คุณหมอรู้ไหมค่ะ  หนูจะเล่าให้ฟังก็ได้ค่ะ ว่าหลังจากรัฐประหาร หนูได้เข้าร่วมกับกิจกรรม การชุมนุมของคนเสื้อแดงมากเลยค่ะ จนหนูรู้สึกว่า คนเสื้อแดงเขารักประชาธิปไตย เมื่อก่อนเขาอาจจะรักทักษิณ แต่ตอนนี้เขารักประชาธิปไตยมากกว่าทักษิณเสียอีก แล้วถ้าทักษิณมาจากประชาธิปไตย ผิดหรือค่ะ ถ้าเขาจะรักทักษิณด้วยค่ะ
เขามีจิตสำนึกใหม่แล้วค่ะ คุณหมอ

จิตสำนึกใหม่ที่เข้าถึงความเป็นทั้งหมดจะทำให้เป็นอิสระ มีความสุขอันลึกซึ้ง เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ดำเนินไปบนวิถีดุลยภาพได้นะค่ะคุณหมอ

ไม่เชื่อคุณหมอ ลองหาเวลาไปคุยกับคนเสื้อแดงซิค่ะ คนจนๆคนที่มาจากต่างจังหวัด คนที่ไม่จบป.4 คนที่ขับแท็กซี่ในกรุงเทพก็ได้ค่ะ ไม่ต้องคุยกับนักวิชาการนะค่ะ เดี๋ยวคุณหมอจะสับสนค่ะ เป็นห่วง
พวกเขาหมายปองที่จะได้   วิถีทางใหม่ที่มนุษยชาติ คือ วิถีดุลยภาพ ซึ่งจะเป็นไปได้ด้วยจิตสำนึกใหม่เท่านั้น  และสังคมไทยที่เป็นประชาธิปไตยเท่านั้น ไม่ใช่วิถีการรัฐประหารค่ะ

หนูเข้าใจไปเองนะคะว่า คุณหมอคุณเป็นคนที่มีบารมีสูงไม่ตกอยู่ใน อกุศลภูมิแห่งโลภะ โทสะ โมหะ  คุณหมอต้องสนับสนุนคนที่รักประชาธิปไตย  คือเรื่องการสร้างจิตสำนึกใหม่ของคนไทยทั้งหมด และมนุษย์ในโลกด้วย ด้วยบารมีของหมอ

หนูคิดว่าคุณหมอสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นประชาธิปไตยได้ค่ะ

ด้วยความเคารพ
รัชนี  (แฟนสายสีมา) ค่ะ

No comments:

Post a Comment