Tuesday, December 14, 2010

เสื้อแดงชุมนุมใหญ่ติด 1 ใน 10 ข่าวเด่นรอบโลกปี 2010 ของ Times


เสื้อแดงชุมนุมใหญ่ติด 1 ใน 10 ข่าวเด่นรอบโลกปี 2010 ของ Times

ข่าวการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงเมื่อเดือน มี.ค.- พ.ค. ที่ผ่านมา ติด 1 ใน 10 อันดับข่าวเด่นรอบโลกปี 2010 โดยเว็บไซต์นิตยสาร Times ซึ่งข่าวเด่นอันดับอื่น ๆ ได้แก่ แผ่นดินไหวเฮติ, WikiLeaks, คนงานเหมืองชิลี, ฟุตบอลโลกแอฟริกาใต้ ฯลฯ

เว็บไซต์นิตยสาร Times มีการจัด 10 อันดับข่าวเด่นทั่วโลกของปี 2010 (Top 10 World News Stories) โดย ISHAAN THAROOR ซึ่งหนึ่งในข่าวเด่นติดอันดับมีเรื่องการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดงอยู่ด้วย

ซึ่งการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค. ที่ผ่านมาติดอันดับที่ 10 ของข่าวเด่นทั่วโลกปี 2010 เว็บไซต์นิตยสาร Times รายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงราวหลายพันคนได้ยึดพื้นที่ย่านการค้าในกรุงเทพฯ เพื่อชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่พวกเขาเห็นว่าเป็นกลุ่มอำมาตย์และไม่เป็นประชาธิปไตย มีนักวิจารณ์มองการประท้วงครั้งนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนปัญหารอยร้าวที่ใหญ่กว่าในสังคมไทย คือความขัดแย้งระหว่างชนบทกับเมืองใหญ่, คนรวยกับคนจน เป็นต้น

Times รายงานอีกว่า กลุ่มเสื้อแดงทำการประท้วงเชิงสัญลักษณ์โดยการเทเลือด ซึ่งต่อมาการประท้วงก็ทำให้กรุงเทพฯ อยู่ในสภาพอัมพาต ที่รัฐบาลทนไม่ไหว จนมีการใช้กำลังบนท้องถนนทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับรัฐบาล ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงส่วนหนึ่งมีปืนพกและอาวุธคือบั้งไฟทำมือ การปราบปรามเสื้อแดงอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 91 ราย และบาดเจ็บกว่า 1,800 ราย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ถูกบันทึกไว้โดยผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เกาะติดพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

เว็บไซต์นิตยสาร Times ระบุว่า ขณะที่เหตุการณ์ดูเหมือนจะสงบลง แต่ยังคงมีอารมณ์ความรู้สึกเจ็บปวด ในช่วงเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มเสื้อแดงหลายพันคนก็ออกมาชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่ายังจะมีการชุมนุมประท้วงอีกในอนาคต

โดย 10 อันดับข่าวเด่นทั่วโลกปี 2010 ของนิตยสาร Times มีดังนี้

อันดับ ที่ 1 คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติ เมื่อเดือน ม.ค. 2010 ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง มีประชาชนราว 230,000 ราย เสียชีวิต และอีกนับล้านไม่มีที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังเกิดเหตุวุ่นวายตามมาเช่นข่าวเรื่องกรณีการข่มขืน การระบาดของอหิวาตกโรค ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 300 ราย

อันดับที่ 2 คือ กรณี WikiLeaks องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งนำเสนอข้อมูลที่อ่อนไหวหรือเป็นความลับของรัฐบาล โดยเมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมาก็ได้นำเสนอข้อมูลของกองทัพสหรัฐฯ จำนวนมากเกี่ยวกับสงครามในอิรัก ในข้อมูลเหล่านั้นมีเหตุความสูญเสียและการใช้กำลังกับประชาชนที่ไม่ถูกรายงานอยู่ด้วย ซึ่งในเวลาต่อมา จูเลียน อัสสาจ ผู้อำนวยการของ WikiLeaks ก็ถูกจับในลอนดอนในข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ

อันดับที่ 3 คือ กรณีการช่วงเหลือคนงานเหมืองในชิลี ที่ติดอยู่ในเหมืองมาตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. Times รายงานว่าภาพชีวิตของคนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ผืนโลก 2,300 ฟุต ถูกนำเสนอไปทั่วโลกด้วยความรู้สึกแบบนิยายระทึกขวัญ (Suspense Drama) ผสมกับความเป็นละครหลังข่าวและเรื่องเล่าที่ให้ความรู้สึกดี คนงานเหมืองกลายเป็นวีรบุรุษของประเทศในชั่วข้ามคืน

Times รายงานอีกว่า การช่วยเหลือคนงานเหมืองมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ให้ความรู้สึก "เหนือชั้นกว่านิยาย" ในการได้เห็นคนงานผู้กล้าขึ้นมาจากใต้ผืนโลกแล้วสวมกอดครอบครัวน้ำตานองหน้า แต่ขณะเดียวกัน คนงานเหมืองอีกหลายแห่งในโลกก็ไม่ได้พบกับปาฏิหารย์เช่นคนงานเหมืองชิลี ไม่กี่เดือนหลังคนงานเหมืองชิลีได้รับการช่วยเหลือ เหตุเหมืองถล่มในนิวซีแลนด์ก็คร่าชีวิตคนงานเหมืองไป 29 ราย

อันดับที่ 4 คือ เหตุอุทกภัยในปากีสถาน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ชาวปากีสถานกว่า 20 ล้านคน ต้องอพยพ 2,000 คนเสียชีวิต และสัตว์เลี้ยงทางการเกษตรเสียหายราย 10 ล้านตัว ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ราว 43,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,290,000 ล้านบาท)

อันดับที่ 5 คือ เหตุความขัดแย้งของประเทศเกาหลีเหนือกับประเทศใกล้เคียง (Times ระบุหัวข้อนี้ว่า "ปีแห่งพฤติกรรมแย่ ๆ ของเกาหลีเหนือ") โดยเริ่มจากเหตุการจมเรือของเกาหลีใต้

อันดับที่ 6 คือ ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดฟุตบอลโลกในทวีปแอฟริกา แม้จะมีความหวั่นเกรงถึงปัญหาการจัดงานก่อนหน้านี้หลายเรื่อง รวมถึงข้อถกเถียงเรื่องเสียงรบกวนจากวูวูเซล่า แต่ Times ก็รายงานว่าฟุตบอลโลกในแอฟริกาใต้เป็น 1 ในฟุตบอลโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด สีสันอีกอย่างหนึ่งคือการใช้เจ้าปลาหมึกพอลจากสวนสัตว์น้ำของเยอรมนี ในการทำนายผลการแข่งขัน

อันดับที่ 7 คือ สงครามต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายในเยเมน

อันดับที่ 8 คือ มาตรการตัดงบประมาณของยุโรป จนทำให้เกิดการประท้วงในหลายประเทศ เช่น ในกรีก, ฝรั่งเศส และล่าสุดในอังกฤษก็มีการประท้วงของเหล่านักเรียนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการตัดค่าเล่าเรียน

อันดับที่ 9 คือ สงครามกับยาเสพติดในเม็กซิโก

อันดับที่ 10 คือ การชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงในไทย (ดังรายละเอียดช่วงต้นของข่าว)

ที่มา 
Times

..



10. Thai Red Shirts
By ISHAAN THAROOR Thursday, Dec. 09, 2010



For much of April and May this year, thousands of anti-government protesters occupied a central commercial distract in Bangkok, the capital of Thailand. Dubbed the "red shirts" for the color of their political movement (their rivals are "yellow shirts"), the activists sought to a bring down a government they saw as elitist and undemocratic. Their political figurehead, the former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra, has lived in exile ever since he was deposed in a 2006 coup (in 2008, Thaksin was convicted of corruption and sentenced in absentia). 

Commentators saw the protests as emblematic of larger fissures in Thai society — between the big city and the countryside, the rich and the poor, royalists and populists. But on the streets of Bangkok, Thailand's complex, dysfunctional politics took a backseat to sheer spectacle. Red Shirt protesters spilled hundreds of liters of their own blood in a stomach-turning act of agit-prop. Later, after Bangkok's continued paralysis proved unacceptable to the government, the scene turned violent, with running street battles between government forces and protesters, some of whom were armed with pistols and even a few rudimentary, home-made rocket launchers. The brutal crackdown and dispersal of the Red Shirts led to 91 deaths and over 1,800 injured, all captured by the cameras of the international press, which beamed 24-hour coverage from Bangkok's battle lines. While things have quieted down since, emotions are still raw. In November, thousands of Red Shirt supporters marched in Bangkok in memory of those slain six months earlier; future actions and protests remain possible.



No comments:

Post a Comment