Friday, August 13, 2010

ฟ้อง 19 แดงโยนผิดทั้ง 91 ศพ



วันที่ 12 สิงหาคมพ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7196 รายวันข่าวสด 


ฟ้อง 19 แดงโยนผิดทั้ง 91 ศพ 

อัยการส่งขึ้นศาลเหมาลงมือทุกคดีทั้งระเบิด -- เผา -- ฆ่า 



อัยการสั่งฟ้องแล้ว 19 แกนนำนปช . คดีก่อการร้ายนำโดย"วีระ -- จตุพร -- ณัฐวุฒิ"บรรยายคำฟ้องสุดตะลึงฝึกกำลังคน -- สะสมอาวุธให้ม็อบออกอาละวาดก่อวินาศกรรมทั่วกรุงระบุคดีระเบิด -- ยิงเอ็ ม 79 ทุกคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อม็อบเป็นฝีมือเสื้อแดงทั้งหมดรวมทั้งเหตุสลายม็อบ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค. ก็ให้ม็อบจับอาวุธฆ่าทหาร -- ฆ่าประชาชนแม้แต่เหตุทหารถูกสไนเปอร์ยิงที่ดอนเมืองช่วงขวางม็อบไปตลาดไทก็ฝีมือนปช . เหมือนกัน"จตุพร"เดือดระบุกุข่าวสร้างพยานเท็จมาใส่ร้ายเอาแน่ขน ม็อบบุกสำนักงานอัยการ"เทพไท"ดักคอทันทีถ้ามีม็อบนปช โดนข้อหาผิดพ . ร.ก. ฉุกเฉินแน่เพื่อไทยยื่นป . ป.ช. แล้วสอบ"พีระพันธุ์"ส่งหนังสือเร่งรัดคดีนปช . ถึงอัยการมาร์คแย้มอาจเลิกฉุกเฉินในจว . ท่องเที่ยวเพื่อสร้างบรรยากาศ รับฤดูท่องเที่ยวหน้าหนาวช่วง 

-- อัยการฟ้องแกนนำปชน 

ความคืบหน้าสถานการณ์ม็อบเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระมุสิกพงศ์อายุ 62 ปีประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช. ) นายจตุพรพรหมพันธุ์อายุ 44 ปีนายณัฐวุฒิใสยเกื้ออายุ 35 ปี น.พ. เหวงโตจิราการอายุ 59 ปีนายก่อแก้วพิกุลทองอายุ 45 ปีนายขวัญชัยสาราคำหรือไพรพนาอายุ 58 ปีนายยศวริศชูกล่อมหรือเจ๋งดอกจิกอายุ 52 ปีนายสินธุไพรนิสิต อายุ 54 ปีนายการุ ณ หรือเก่งโหสกุล ส.ส. เพื่อไทยนายวิภูแถลงพัฒนภูมิไทอายุ 58 ปีนายภูมิกิติหรือพิเชษฐ์สุจินดาทองอายุ 52 ปีนำนปชแกน 

-- โดนถ้วนหน้า 19 คน 

นายสุขเสกหรือสุขพลตื้ออายุ 34 ปีนายจรัญหรือยักษ์ลอยพูลอายุ 39 การ์ดนปชปี นายอำนาจอินโชติอายุท 54 ปีนายชยุตใหลเจริญหัวหน้าการ์ดนปช นายสมบัติหรือผู้กองแดงมากทองอายุ 48 ปีนายสุรชัยหรือหรั่งเทวรัตน์อายุ 25 ปีคนสนิทพล . ต . ขัตติยะสวัสดิผลอดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกนายรชตหรือกบวงค์ยอดอายุ 29 ปี และนายยงยุทธท้วมมีแนวร่วมนปช ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-19 

-- ระบุความผิด"ก่อการร้าย" 

ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้ประทุษร้ายกำลัง หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก, ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปในท้องที่ผู้รับผิดชอบประกาศกำหนดอันเป็น การฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 

-- บรรยายฟ้องนายกฯ กดดัน 

ตามฟ้องโจทก์สรุปว่าเมื่อวันที่ 28 ก.พ. -- 20 พ.ค. 2553 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้งหมดกับพวกที่ยังหลบหนีไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกับพล . ต . ขัตติยะซึ่งถึงแก่ความตายกระทำความผิดกฎหมายกล่าวคือนายวีระจำเลยที่ 1 -- จำเลยที่ 11 ซึ่งเป็นแกนนำนปช หรือกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยุยงปลุกปั่นประชนทั่วราชอาณาจักรไทยให้เข้าร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและบังคับขู่เข็ญนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะนายกฯ ให้ประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่อ้างว่านายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ โดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 

-- ใช้เอ็ม 79 ใส่ประชาชนยิง 

พวกจำเลยได้ร่วมกันจัดการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหลายหมื่นคนที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศถนนราชดำเนินตั้งแต่สี่แยกคอกวัวถึงสี่แยกมิสกวันและถนนพิษณุโลกจากสะพานชมัยมรุเชฐถึงสี่แยกวังแดงและแยกราช ประสงค์มีการเดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆทั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรัฐสภากรมทหารราบที่ 22 และบ้านพักของนายอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรีและมีการใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงบ้านพักประชาชนใส่ 

-- สะสมอาวุธ -- ฝึกกำลังคน 

จำเลยกับพวกยังสะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรงมีการฝึกกำลังคนและฝึกการใช้อาวุธใช้ชื่อกลุ่มนักรบพระเจ้าตากกลุ่มนักรบโรนินและกลุ่มนักรบพระองค์ดำเพื่อการก่อการร้ายสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดความหวาดกลัว ในหมู่ประชาชนโดยใช้ยานพาหนะเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมไปตามถนนในกรุงเทพฯแบบดาวกระจายประมาณ 1 หมื่นคนเศษเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความเสียหายแก่การคมนาคมทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อนเกรงกลัวอันตรายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินขัดขวางการใช้ ชีวิตโดยปกติสุขประชาชนของ 

-- เหมาก่อวินาศกรรมหมด 

พวกจำเลยและกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้ใช้เลือดจำนวนมากไปเทราดที่หน้าทำเนียบรัฐบาลหน้าพรรคประชาธิปัตย์และบ้านพักนายกรัฐมนตรีและมีการใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่กองรักษาการณ์ของกรมทหารราบที่ 1 รักษากระทรวงสาธารณสุขพระองค์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรียิงใส่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยมีทหารได้รับบาดเจ็บใช้เครื่องยิงจรวดอาร์พีจียิงใส่กระทรวงกลาโหมขว้างระเบิดใส่กรมบังคับคดี, อาคารมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ยิงปืนใส่ธนาคารกรุงเทพขว้างระเบิดใส่ประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ราชการต่างๆอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐและผู้อื่นเพื่อบีบบังคับกดดันรัฐบาลให้ทำตามข้อเรียกร้อง 

-- กระทบมั่นคงภายในความ 

การกระทำของจำเลยกับพวกในการเดินขบวนชุมนุมประท้วงรัฐบาลดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นการกระทำโดยใช้สิทธิเสรีภาพตามขอบเขตของรัฐธรรมนูญเป็นการกีดกั้นกีดขวางการใช้เส้นทางคมนาคมส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่สำคัญเกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตปกติสุขของประชาชนกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจึงเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ม .34 และ 36 

-- ออกฉุกเฉินยังยอมหยุดไม่ 

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ได้อาศัยอำนาจตามความในม .5 และ 11 แห่งพ . ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครปริมณฑล และจังหวัดอื่น ๆ ห้ามมิให้ชุมนุมหรือมั่วสุมกันเกิน 5 คนขึ้นไปหรือกระทำการอันใดเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย, กีดขวางการจราจร, ปิดทางเข้าออกอาคารหรือสถานที่อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานหรือประกอบ กิจการหรือการใช้ชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนทั่วไป, ประทุษร้ายหรือใช้กำลังทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหายเกรงกลัวอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินโดยจำเลยกับพวกรู้อยู่แล้วว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลสั่งให้ยุติการชุมนุมแล้ว แต่จำเลยกับพวกไม่ยุติมีการนำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปที่ทำการรัฐสภาทำร้ายร่างกายทหารและแย่งชิงอาวุธปืนเอ็ม 16 ไป 1 กระบอก, บุกรุกไปในสถานีดาวเทียมไทยคม 2 อ . จลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี. 

-- ร่วมฆ่าทหาร -- ม็อบ 10 เม.ย. 

ต่อมาวันที่ 10 เม.ย. 2553 จำเลยกับพวกและผู้ชุมนุมได้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติการกดดันผู้ชุมนุมเพื่อขอพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์โดยใช้กำลังประทุษร้ายและใช้อาวุธปืนสงครามระเบิดขว้างเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิง ใส่ทหารประชาชนเป็นเหตุให้ พ.อ. ร่มเกล้าธุวธรรมและประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากหลังจากนั้นมีการลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงที่อ . บางปะอินจ . พระนครศรีอยุธยาเพื่อต้องการให้ไฟฟ้าดับทั่วกรุงเทพฯอันเป็นการ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ 

-- รับไปเลยปาทั่วกรุงระเบิด 

ต่อมาวันที่ 14 เม.ย. จำเลยกับพวกได้ไปรวมตัวชุมนุมที่แยกราชประสงค์ปิดเส้นทางการจราจรสร้างเครื่องกีดขวางรอบพื้นที่ชุมนุมโดยดัดแปลงใช้ไม้ไผ่ไม้ปลายแหลมยางรถยนต์ปิดกั้นเส้นทางบริเวณแยกศาลาแดงแยกหลังสวนแยกเพลินจิตแยกชิดลมแยกประตูน้ำแยกปทุมวันและแยกเฉลิม เผ่ามีการยิงระเบิดใส่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสีลมและสาขาอื่น ๆ และสถานที่ต่างๆไม่น้อยกว่า 50 แห่งเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความหวาดกลัวแก่ประชาชนและระบบเศรษฐกิจ 

-- ยิงทหารดอนเมืองด้วยที่ 

วันที่ 28 เม.ย. จำเลยกับพวกยุยงให้ผู้ชุมนุมไปที่ตลาดไทและได้ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ทหารที่บริเวณหน้าอนุสรณ์สถานและสนามบินดอนเมืองใช้อาวุธยิงทหารเสียชีวิต 1 คนบาดเจ็บ 2 คนมีผู้อื่นบาดเจ็บอีก 16 คนและในต่างจังหวัดได้ ทำการปิดถนนตั้งด่านตรวจพาหนะบังคับให้ขบวนรถไฟที่บรรทุกยุทธภัณฑ์ทางทหารไม่ให้เดินทางต่อวันที่ 29 เม.ย. จำเลยกับพวกยังได้นำผู้ชุมนุม 200 คนไปตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อ้างว่ามีทหารแอบซ่อนตัวอยู่ทำให้แพทย์พยาบาลไม่สามารถรักษาผู้ได้ป่วย 

การกระทำของพวกจำเลยดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายก่อให้เกิดความวุ่นวายนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศยุยงให้ประชาชนชุมนุมโดยมิชอบมีการใช้กำลังขัดขืนต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐรวมทั้ง มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีเจตนาบิดเบือนให้เกิดการเข้าใจผิดเพื่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆทั่วราชอาณาจักรกระทบต่อความมั่นคงรัฐของ 

-- ระบุ 19 พ.ค. ก็ฆ่ากันเอง 

เมื่อวันที่ 19-20 พ.ค. รัฐบาลได้กระชับพื้นที่และกดดันให้จำเลยกับพวกผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่และยุติการชุมนุม แต่จำเลยกับพวกมีการสะสมกำลังพลและมีอาวุธสงครามร้ายแรงต่อสู้ขัดขวางใช้ปืนยิงต่อสู้เจ้าพนักงานและวางเพลิงเผาทรัพย์สินของรัฐและเอกชนเผาห้าง สรรพสินค้าและอาคารพาณิชย์ต่างๆทั่วกรุงเทพฯเผาศาลากลางและสถานที่ราชการต่างจังหวัดหลายแห่งเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลกหลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานยึดอาวุธปืนกระสุนและวัตถุระเบิดซึ่งเป็น ของจำเลยกับพวกได้หลายรายการชั้นสอบสวนจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ 

โดยศาลรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2542/2553 และจะออกหมายเรียกนายวีระ, นายจตุพรและนายการุ ณ ที่ได้รับการประกันตัวให้มาศาลพร้อมเบิกตัวจำเลยที่เหลือซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯมาสอบคำให้การในวันที่ 16 ส.ค. เวลา 09.00 น 

-- แม้ว -- กี้ร์โดนฟ้องด้วยสั่ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพ . ต.ท. ทักษิณชินวัตร พ.ต.ท. ไวพจน์อาภรณ์รัตน์นายอริสมันต์พงศ์เรืองรองนายอดิศรเพียงเกษนายสุภรณ์อัตถาวงศ์และนายพายัพปั้นเกตุผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายอีก 6 คน นั้นอัยการมีคำสั่งฟ้องไว้เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากยังผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับยังไม่ได้ตัวมาอัยการจึงยังไม่สามารถยื่นฟ้องได้จึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปดำเนินการติดตามจับกุมตัวมาส่ง ฟ้องเป็นจำเลยต่อในภายหลังศาล 

-- อีกคดีฟ้องส . ข . ไทยรักไทย 

ขณะเดียวกันพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชายไพบูลย์อายุ 41 ปีอดีตส . ข . ชเขตบางบอนพรรคไทยรักไทยแนวร่วมนป เป็นจำเลยฐานความผิดร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐูธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยผู้กระทำความผิดคนใดคนหนึ่งมีอาวุธเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิกและฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 

-- ร่วมปลุกปั่นสู้ทหารม็อบ 

คำฟ้องสรุปว่าเมื่อระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. 53 ทั้งกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันภายหลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กทม จำเลยกับพวกซึ่งจำนวนตั้งแต่มี 10 คนขึ้นไปได้ร่วมกันชุมนุมและมั่วสุมกันที่เวทีผ่านฟ้าลีลาศและเวทีราชประสงค์ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสาธารณะโดยจำเลยและพวกผลัดเปลี่ยนกันขึ้นพูดปราศรัยบนเวทีปลุกปั่นยุยงส่งเสริมให้กลุ่มผู้ ชุมนุมจำนวนมากก่อเหตุก่อความวุ่นวาย 

จึงฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ดังกล่าวที่ห้ามมิให้ชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วจำเลยกับพวกได้ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานและประทุษร้ายโดยใช้ กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจซึ่งไปรักษาความสงบเรียบร้อยอันเป็นการกีดขวางการจราจรบริเวณดังกล่าวและกีดขวางการเข้าออกอาคารสถานที่ขัดขวางการปฏิบัติงานการประกอบกิจการงานการใช้ชีวิตอันปกติสุขของประชาชนทั่วไปทำให้ประชาชนเดือดร้อนและเกรง กลัวต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตร่างกายทรัพย์สิน 

-- สู้ทหารวันราชประสงค์สลาย 

มาศอฉต่อ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจดำเนินการปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินทั้งหมดคืนจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการหรือ นปช. จำเลยกับพวกมีอาวุธ เป็นเครื่องกระสุน วัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด มีด ดาบ ท่อนไม้ ท่อนเหล็ก หนังสติ๊ก ได้ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและตำรวจ ทำการยึดรถและอุปกรณ์ที่ใช้ปราบจลาจลของทางราชการและใช้กำลังประทุษร้ายกันหลายจุด เป็นเหตุให้ทหาร ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ 

โดยศาลได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2543/2553 และจะเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาสอบคำให้การจำเลยวันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. 

-ตู่ลั่น2มาตรฐานกับพธม. 

ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัด ส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติ ธรรม ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อให้เร่งรัดสั่งฟ้องคดีของแกนนำนปช.ว่า ล่าสุดอัยการสูงสุดเร่งรัดคดี ทั้งที่ยังไม่ถึงวันครบกำหนดฝากขัง 84 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 7 ก.ย. อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่มีการสอบพยานทั้งชั้นพนักงานสอบสวนหรืออัยการ เป็นคนละมาตรฐานโดยสิ้นเชิงกับคดีของกลุ่มพันธมิตร 

-โวยสร้างหลักฐานเท็จ 

นายจตุพร กล่าวว่า สำนวนคดีก่อการร้ายที่เขียนไว้ตนนำมาเปิดเผยไม่ได้ แต่เห็นแล้วต้องบอกว่าโหลยโท่ย กุข่าวสร้างพยานเท็จอย่างเลวร้ายที่สุด เป็นมนุษย์ไม่น่าจะใส่ร้ายกันได้ถึงเพียงนี้ ปั้นพยานเท็จมาเดินเรื่องใส่ร้ายกันในหลายกระบวนการ อย่างนี้จะปรองดองกันได้อย่างไร จะปฏิรูปด้วยการบีบให้คนจนตรอกไม่มีทางเลือกใช่หรือไม่ 

-อสส.ขาดความสง่างาม 

นายจตุพรกล่าวว่า กรณีที่จะชุมนุมหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความเป็นธรรมและต้องการทราบเหตุผลการกระทำต่างๆ ของอัยการสูงสุด นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ควรลาออกได้แล้ว เพราะตัวเองเป็นตัวประกันคดีขายสินทรัพย์ปรส.กว่า 8 หมื่นล้านบาท ถูกต่อรองในการทำหน้าที่จนขาดความสง่างาม ส่วนจะไปชุมนุมวันไหนนั้น ขอให้พวกเราคิดกันให้ตกผลึกเสียก่อน ตราบใดที่แผ่นดินยังไม่กลบหน้าต้องสู้ต่อไป 

-ยังเป็นองค์กรอิสระหรือไม่ 

"การไปชุมนุมที่อัยการสูงสุด คงไม่มีประโยชน์ต่อรูปคดี แต่จะไปเพื่อทวงถามเกียรติภูมิของอัยการสูงสุด ไปถามว่ายังเป็นองค์กรอิสระหรือตกเป็นตัวประกันของใคร พร้อมทั้งถามถึงการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานที่ทำกับนปช.และกลุ่มพันธมิตรฯ เบื้องต้นนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ไปร้องต่อป.ป.ช.ว่านายพีระพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่ดำเนินการเร่งรัดให้อัยการสั่งฟ้องคดีของแกนนำนปช.แล้ว" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าว 

-ร้องป.ป.ช.สอบพีระพันธุ์ 

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพร้อมพงศ์ ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนนายพีระพันธุ์ เนื่องจากทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อขอให้เร่งพิจารณาสั่งคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่มนปช. ถือเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ เสียหายต่อระบบยุติธรรมทางอาญาของทางราชการ การกระทำของนายพีระพันธุ์ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ต้องหา ระบบราชการ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา อันเป็นความผิดตามประมวลกฎ หมายอาญา มาตรา 157 จึงขอให้ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง หากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ก็ต้องดำเนินคดีต่อนายพีระพันธุ์ให้ถึงที่สุด 

-"เทพไท"ชี้ปลุกม็อบผิดฉุกเฉิน 

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงนายจตุพร ประกาศจะเคลื่อนมวลชนคนเสื้อแดง 5 หมื่นถึง 1 แสนคน มากดดันสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) และกระทรวงยุติธรรมว่า เป็นพฤติกรรมความกร่างของนายจตุพร หากเป็นเช่นนั้นจริง ถือว่ากระทำขัดต่อประกาศของศอฉ. ผู้ฝ่าฝืนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและต้องดำเนินคดีกับแกนนำ จึงอยากให้นายจตุพรเป็นผู้นำมวลชนไปด้วยตัวเอง เพราะถือว่าจับกุมได้ เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า รวมทั้งหากเป็นเช่นนี้เท่ากับนายจตุพรไม่หลาบจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเด็ดขาด 

-เลิกฉุกเฉินเมืองท่องเที่ยว 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณายกเลิกพื้นที่การประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. ระบุจะสรุปส่งมาให้ถ้าไม่ทันวันที่ 11 ส.ค.ก็จะเป็นในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค. 

เมื่อถามว่าจะทยอยยกเลิกได้อีกกี่จังหวัด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงประมาณ 2-3 จังหวัดเป็นอย่างน้อย เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกในพื้นที่ที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวเช่น เชียงใหม่ และเชียงราย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เมืองท่องเที่ยวจะอยู่ในเป้าหมายที่จะยกเลิก" 

-มาร์คจี้ถามคุมกิจกรรมนศ. 

เมื่อถามว่าได้รับหนังสือจากนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้วหรือยัง นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธว่า ไม่ทราบว่ามีการส่งหนังสือมาถึงตน เมื่อถามย้ำว่ามีการส่งมาให้ทั้งนายกฯ นายสุเทพ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ 

ผู้สื่อข่าวถามถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกคำสั่งให้มหาวิทยาลัยควบคุมเรื่องการจัดละครเวทีล้อการเมือง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เห็นข่าวและกำลังจะสอบถามอยู่ 

เมื่อถามว่าจะกลายเป็นการละเมิดสิทธิของนักศึกษาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะสอบถามว่าที่ไปเวียนหนังสือดังกล่าวมันคืออะไร 

-สุเทพได้ข่าวกี้ร์โผล่เขมร 

นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคนไทยไปพบนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. ผู้ต้องหาหนีหมายจับ ที่โรงแรมกลางเมืองเสียมราฐว่า รอให้มีความชัดเจนกว่านี้ก่อน จึงดูว่าโดยข้อกฎหมายนั้นเราดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เมื่อถามว่ามีข้อมูลรายงานว่าเป็นโรงแรมเดียวกับที่เจ้าหน้าที่เคยจับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง (อ้อ-อ้าย) ได้ และเจ้าของโรงแรมดังกล่าวเป็นส.ส.กัมพูชา คนสนิทนายฮุนเซน นายสุเทพ กล่าวว่า ตราบใดที่ตนยังไม่เห็นหลักฐานคงพูดอะไรไม่ได้ ต้องขออภัย 

เมื่อถามถึงกรณีศอฉ.ยังไม่ยกเลิกประกาศพื้นที่พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องประเมินเป็นวันๆ ไป 

-รมช.ศธ.พร้อมเลิกคำสั่ง 

นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส่งหนังสือเวียนไปถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ เรื่องขอความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมด้านการเมืองของแกนนำนักศึกษาว่ายังไม่เห็นรายละเอียด แต่ยืนยันว่าตน และรัฐบาลมุ่งเน้นในการส่งเสริมกิจกรรมของนักศึกษา เพียงแต่กระบวนการต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตามกรอบตามที่สถานศึกษากำหนด ซึ่งหนังสือที่สกอ.ออกไปขออย่ามองในเจตนาที่ผิด เป็นเพียงการขอความร่วมมือให้เด็กอยู่ดำเนินกิจกรรมต่างๆ 

นายไชยยศ กล่าวอีกว่า สิทธิของนักศึกษาก็ต้องได้รับเต็มที่ ทั้งนี้ผู้บริหารสถานศึกษาก็ต้องดูแลให้สิทธินั้นอยู่ภายใต้กรอบด้วย อย่างไรก็ตามหากเนื้อหาในหนังสือจากสกอ. มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นการลิดรอนสิทธิของนักศึกษาในการทำกิจกรรมตนจะสั่งยกเลิกทันที 

-รับไม่ได้ถ้าลิดรอนสิทธิ์ 

"หนังสือ สกอ.เพียงแค่ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยดูแลเด็กในการทำจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งตรงนี้ก็คือหน้าที่ประจำที่ผู้บริหารต้องดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งผมไม่ถือว่าเป็นความผิดของใคร แต่หากว่าหนังสือไปลิดรอนสิทธิของนักศึกษาอย่างนี้ ผมก็ไม่ยอม" รมช.ศธ.กล่าว 

นายไชยยศ กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้เอาประเด็นทุกอย่างมาเป็นประเด็นเดียวกัน อย่าขยายผลให้เกิดความแตกแยก เพราะเรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องปกติ ที่ฝ่ายผู้รับผิดชอบต้องทำอยู่ตามหน้าที่ แต่หากมีคำสั่งถึงขั้นห้ามจริงตนไม่ยอมแน่นอน เพราะนโยบายเรื่องความปรองดองของตนที่จัดทำผ่านมหาวิทยาลัยนั้นก็ต้อง การส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรม จัดตั้งสมัชชานิสิต นักศึกษา เพื่อระดมความคิด ข้อเสนอแนะต่างๆ ให้แก่รัฐบาลอยู่แล้ว 

-จับเพิ่มนปช.คดีดอนเมือง 

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มนปช.ตามหมาย ฉฉ. ในเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันที่บริเวณอนุสรณ์สถาน ท้องที่ สน.ดอนเมือง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุความวุ่นวายได้ 1 คน คือ นายชัยพร คำทองทิพย์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 10 ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนหลบหนีไปอยู่ที่อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าได้เข้าร่วมการชุมนุมจริง และจะนำรูปผู้ต้องหาไปขยายผลเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีใดอีกบ้าง 

-บช.น.ตามติดบก.ลายจุด 

ตำรวจกก.สส.บก.น.1 รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ในกทม.ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ว่า วันที่ 15 ส.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า กลุ่มกวีวันอาทิตย์ (สีแดง), เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมประชาธิปไตย นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นัดรวมตัวกันที่บริเวณสวนรถไฟ เขตจตุจักร กทม. วัตถุประสงค์เพื่อร่วมกิจกรรม "ปิกนิกข้าวแดง" เป็น การรำลึกต่อเหตุการณ์การชุมนุมฯ 

-แดงโคราชเคลื่อนไหว 

ด้านการข่าวสันติบาล รายงานว่า วันที่ 25 ส.ค. เวลา 08.30 น. ที่สถานีวิทยุชุมชน ไทยสินธนา คลื่นวิทยุ 93.25 MHz เลขที่ 654 ม.10 ต.โคกกรวด อ.เมือง นครราชสีมา กลุ่ม นปช.จังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายประยูร จันทรุสร ประธานชมรมรักย่าโม และเจ้าของร้านสเต๊ก 11 และผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชนไทยสินธนา จะจัดกิจกรรมวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ไว้ใช้จ่ายในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม โดยเชิญ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยมาเป็นประธาน
 

หน้า 1 

No comments:

Post a Comment